กำแพงพักใจ

Slider
Image is not available
เยาวชนไทย 7 ล้านคน
กำลังเสี่ยงปัญหาสุขภาพจิต
Image is not available
สาเหตุหลักเกิดจากความเครียด
และความกดดันในชีวิต

อันดับยอดฮิตได้แก้ ความเครียด ความรัก การเรียน เพศ ยาเสพติด ซึมเศร้า อยากตาย และความไม่เข้าใจในครอบครัว

Image is not available
เพราะไม่สะดวกและไม่ไว้ใจ
จึงไม่มีทางออกที่จับต้องได้

ไม่กล้าคุยกับที่บ้านเพราะกลัวแย่กว่าเก่า ครั้นจะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ จํานวนจิตแพทย์ในบริเวณบ้านมีไม่มาก ติดต่อแต่ละครั้งก็ใช้เวลารอคิว ไม่ว่าง ยุ่งยากหรือน่าอาย

Slider
แต่ทุกวันนี้เราปรึกษา
ผ่านการวิดีโอคอลได้
เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น ส่งผลให้ผู้ปรึกษาสามารถนัดและพบแพทย์ได้ผ่านช่องทางออนไลน์ โดยไม่ต้องเดินทางออกนอกบ้านและมีความเป็นส่วนตัวสูงขึ้น ซึ่งประหยัดต้นทุนไปได้ถึง 76%

OOCA ซึ่งเป็นผู้นำด้านที่ปรึกษาทางไกล จึงนำเทคโนโลยีนี้มาช่วยแก้ปัญหาร่วมกับสถานศึกษาและองค์กรในโครงการ
Image is not available
Slider
เปิดโอกาสให้คุณร่วมเป็นพลังในการส่งต่อ โดยผู้บริจาคอิสระเช่นคุณ
สามารถบริจาค 470 บาท
เพื่อให้นักศึกษาหนึ่งคนได้เข้าถึงบริการปรึกษาออนไลน์ได้หนึ่งครั้ง
Image is not available
ขั้นตอน 1 : คุณมอบ Gift Card

เงินบริจาค 470 บาท ที่ได้มา ตีค่าเป็น Gift Card 1 ใบ ซึ่งช่วยให้นักศึกษาคนหนึ่งสามารถปรึกษาได้ 1 ครั้ง

Image is not available
ขั้นตอน 2 : ระบบช่วยจับคู่

ระบบจะจับคู่ Gift Card
 กับนักศึกษาที่ลงทะเบียน
จากมหาวิทยาลัยในโครงการ โดยผู้รับไม่ต้องเปิดเผยชื่อหรือเรื่องราวส่วนตัวสามารถใช้ GIFT CARD ได้ทันที

Image is not available
ขั้นตอน 3 : สื่อสารคำขอบคุณและ
กำลังใจ

ผู้บริจาคจะได้รับคำขอบคุณจากนักศึกษา ส่วนนักศึกษาก็จะได้รับกำลังใจหรือข้อความจากผู้บริจาค

Slider
โครงการนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ
Image is not available
Image is not available
Image is not available
Image is not available
Image is not available
Image is not available
Slider
Image is not available
จากมุมมองผู้ให้บริการ
อยากให้ทุกคนเข้าถึง
Image is not available

เราไม่คิดค่าใช้จ่ายเลยในการติดตั้งระบบ Ooca analytic ที่ปรกติมีค่าใช้จ่าย หลักแสน ถึงหลักล้านบาท ในการควบคุมดูแลข้อมูลข้อมูลของเด็กนักศึกษา และเจรจาตกลงลดส่วน แบ่งค่าธรรมเนียม80% เพื่อเป็นการกุศลกับกลุ่มจิตแพทย์และนักจิตวิทยาของเราในการให้ บริการกับเด็กๆ ในส่วนของค่าใช้จ่ายที่ลดลงแล้วนี้ ในปีแรกเราจะเชิญชวนผู้ที่สนใจสนับสนุน โครงการให้ร่วมบริจาคก่อนที่ในปีถัดทางมหาวิทยาลัยจะพิจารณาจัดตั้งค่าใช้จ่ายตรงส่วนนี้ เองเพื่อที่เราจะได้สร้างความยั่งยืนให้กับโครงการและส่งต่อความช่วยเหลือนี้ให้กับคนกลุ่มอื่น ที่ต้องการได้รับความช่วยเหลือต่อไป

ทพญ. กัญจน์ภัสสร สุริยาแสงเพ็ชร์
ผู้ก่อตั้ง OOCA
มุมมองมหาวิทยาลัย >>
Image is not available
Image is not available
Image is not available
นำข้อมูล
มาพัฒนารอบด้าน
Image is not available

“โครงการนี้ ถือว่าเป็นโครงการพัฒนาสุขภาพและสุขภาวะของนักศึกษา (Good Health and Wellbeing) ซึ่งจะทำให้นักศึกษาของเรามีโอกาส เข้าถึงการดูแลสุขภาพจิตจากผู้เชี่ยวชาญ โดยทางโครงการจะเริ่มประชาสัมพันธ์ให้นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาของมหาวิทยาลัย ใน ขณะเดียวกัน จะมีการเก็บข้อมูลและประเมินผลการใช้งานร่วมกับทีม Ooca เพื่อพัฒนางานนี้ต่อไป”


อ. พงศ์วราวุฑฒิ หมื่นยุทธิ

Chief Academic Office, โครงการจัดตั้งสถานพัฒนาความเป็นผู้ประกอบการสำหรับนักศึกษา (Student Entrepreneurship Development Academy: SEDA) ม. เทคโนโลยีสุรนารี
มุมมองด้านการบริจาค >>
Image is not available
Image is not available
สังคมร่วมสร้าง
อิมแพคแห่งการให้
Image is not available

“สำหรับโครงการนี้เทใจได้ให้ความร่วมมือกับ Ooca โดยเปิดช่องทางให้คนใจดีและบริษัทต่างๆที่ต้องการแก้ไขปัญหานี้ มีส่วนร่วมสนับสนุนค่าใช้จ่ายของการบริการผ่านการบริจาค เพราะเรามีวัตถุประสงค์ให้นักศึกษาที่มีปัญหา และไม่มีรายได้ใด ๆ ได้รับบริการฟรี ทุกการบริจาค 470 บาท จะทำให้นักศึกษาได้รับคำปรึกษา 1 ครั้ง โดย ผู้บริจาคยังสามารถขอรับใบเสร็จเพื่อหักลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย”


เอด้า จิระไพศาลสกุล

ผู้อำนวยการเว็บไซต์เทใจดอทคอม
มุมมองผู้ให้บริการ
Image is not available
Slider
Slider
Slider

20 มีนาคม - วันนี้เป็น #วันแห่งความสุขสากล

สหประชาชาติชวนประชาชนทั่วโลกร่วมฉลองโดยมีเป้าหมายให้รำลึกถึงความสุขบนพื้นฐานของมนุษยชาติ ส่งเสริมให้สร้างความสุขอย่างยั่งยืนทั้งตนเองและผู้อื่น และเรียกร้องให้แต่ละประเทศผลักดันส่งเสริมนโยบายสาธารณะที่จะเพิ่มความสุขให้แก่ประชาชนทุกๆ คน ด้วยค่ะ

#InternationalDayOfHappiness
#AllProblemsHaveSolutions #WallOfSharing #ooca
www.wallofsharing.com
... See MoreSee Less

20 มีนาคม - วันนี้เป็น #วันแห่งความสุขสากล

สหประชาชาติชวนประชาชนทั่วโลกร่วมฉลองโดยมีเป้าหมายให้รำลึกถึงความสุขบนพื้นฐานของมนุษยชาติ ส่งเสริมให้สร้างความสุขอย่างยั่งยืนทั้งตนเองและผู้อื่น และเรียกร้องให้แต่ละประเทศผลักดันส่งเสริมนโยบายสาธารณะที่จะเพิ่มความสุขให้แก่ประชาชนทุกๆ คน ด้วยค่ะ

#InternationalDayOfHappiness
#AllProblemsHaveSolutions #WallOfSharing #ooca
www.wallofsharing.com

[อยากปรึกษาจิตแพทย์ฟรีโดยไม่รอสังกัดมหาวิทยาลัยทำไงอะ]

แม้โครงการ Wall of Sharing ซึ่งเป็นโครงการที่จะทำให้น้องๆ นักศึกษาได้ใช้บริการปรึกษาจิตแพทย์จะดำเนินงานอย่างเต็มที่ แต่ก็ต้องรอข้อตกลงและเงื่อนไขอย่างเป็นทางการจากมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วม ทั้งนี้ มีน้อง ๆ นักศึกษาถามมาว่า “ยังเรียนอยู่และอยากรับบริการปรึกษาจิตแพทย์ฟรี มีวิธีช่วยเหลือไหม” โครงการกำแพงพักใจ : Ooca Wall of Sharing จึงเพิ่มการช่วยเหลือนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยยังไม่ลงนามความร่วมมือกับโครงการฯ แต่ต้องการความช่วยด้านสุขภาพจิตเหลือเร่งด่วน โครงการฯ จะพิจารณาเป็นกรณีพิเศษโดยนักศึกษาต้องอยู่ในเกณฑ์ดังนี้นะคะ

1) เป็นนักศึกษาที่กำลังศึกษาระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยของรัฐ
2) อายุ 18 ปีขึ้นไป
3) กรอกข้อมูล และอัพโหลดหลักฐานที่จำเป็นในแบบฟอร์มครบถ้วน สมบูรณ์

[ข้อมูลและหลักฐานที่สำคัญที่ต้องกรอกในแบบฟอร์ม]

ชื่อ-นามสกุลจริง เลขประจำตัวประชาชนพร้อมการอัพโหลดบัตรประชาชน เลขประจำตัวนักศึกษาพร้อมการอัพโหลดบัตรนักศึกษา รายละเอียดการติดต่อผู้ปกครอง ที่อยู่ทั้งของนักศึกษา ผู้ปกครอง และเพื่อนสนิทพร้อมหมายเลขโทรศัพท์ มาที่ tinyurl.com/joinooca แล้วทางเราจะติดต่อกลับไปหาค่ะ

#สะดวกแบบไหนเลือกเลย #ooca #กำแพงพักใจ #wallofsharing #วัยรุ่นต้องไม่วุ่นวาย #วัยรุ่นอุ่นใจ www.wallofsharing.com www.taejai.com/wallofsharing
... See MoreSee Less

[อยากปรึกษาจิตแพทย์ฟรีโดยไม่รอสังกัดมหาวิทยาลัยทำไงอะ]

แม้โครงการ Wall of Sharing ซึ่งเป็นโครงการที่จะทำให้น้องๆ นักศึกษาได้ใช้บริการปรึกษาจิตแพทย์จะดำเนินงานอย่างเต็มที่ แต่ก็ต้องรอข้อตกลงและเงื่อนไขอย่างเป็นทางการจากมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วม ทั้งนี้ มีน้อง ๆ นักศึกษาถามมาว่า “ยังเรียนอยู่และอยากรับบริการปรึกษาจิตแพทย์ฟรี มีวิธีช่วยเหลือไหม” โครงการกำแพงพักใจ : Ooca Wall of Sharing จึงเพิ่มการช่วยเหลือนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยยังไม่ลงนามความร่วมมือกับโครงการฯ แต่ต้องการความช่วยด้านสุขภาพจิตเหลือเร่งด่วน โครงการฯ จะพิจารณาเป็นกรณีพิเศษโดยนักศึกษาต้องอยู่ในเกณฑ์ดังนี้นะคะ

1) เป็นนักศึกษาที่กำลังศึกษาระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยของรัฐ
2) อายุ 18 ปีขึ้นไป
3) กรอกข้อมูล และอัพโหลดหลักฐานที่จำเป็นในแบบฟอร์มครบถ้วน สมบูรณ์

[ข้อมูลและหลักฐานที่สำคัญที่ต้องกรอกในแบบฟอร์ม]

ชื่อ-นามสกุลจริง เลขประจำตัวประชาชนพร้อมการอัพโหลดบัตรประชาชน เลขประจำตัวนักศึกษาพร้อมการอัพโหลดบัตรนักศึกษา รายละเอียดการติดต่อผู้ปกครอง ที่อยู่ทั้งของนักศึกษา ผู้ปกครอง และเพื่อนสนิทพร้อมหมายเลขโทรศัพท์ มาที่  http://tinyurl.com/joinooca แล้วทางเราจะติดต่อกลับไปหาค่ะ

#สะดวกแบบไหนเลือกเลย #ooca #กำแพงพักใจ #wallofsharing #วัยรุ่นต้องไม่วุ่นวาย #วัยรุ่นอุ่นใจ www.wallofsharing.com www.taejai.com/wallofsharing

[มันโอเคที่จะขอความช่วยเหลือ]

บางครั้งที่ชีวิตเจอเรื่องยาก ๆ จากปัญหาเพื่อน โรงเรียน ครอบครัว การงาน และเรื่องต่าง ๆ ที่เรามีส่วนรับผิดชอบ หลายคนก็เลือกที่จะแกล้งทำเป็นว่าทุกอย่างยังโอเคดี ทั้งที่จริง ๆ ก็รู้แก่ใจว่าปัญหาขนาดนี้ซุปเปอร์แมนยังต้องหวั่นไหว! เมื่อคลื่นของปัญหาถาโถมเข้ามา “มากเกินไป” สิ่งที่เราควรทำจริง ๆ คือการลองขอความช่วยเหลือจากคนอื่นดู

ทว่าการขอความช่วยเหลือกลับไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคน

การขอความช่วยเหลืออาจทำให้บางคนรู้สึกอาย รู้สึกกังวลว่าคนอื่นจะตัดสินว่าตัวเองอ่อนแอหรืออ่อนไหว (ไปจนถึงขั้นกลัวจะถูกหาว่าบ้า) เรากลัวจะเป็นอื่นไปจากสังคมที่คาดหวังให้เราเข้มแข็งและสมบูรณ์แบบ แต่นั่นล่ะ ลองตั้งคำถามใหม่ว่า มีใครบ้างที่สมบูรณ์แบบจริง ๆ

มันจะไม่ดีกว่าหรือถ้าเราสร้างสังคมที่โอบรับความเป็นจริงในชีวิตของคนแต่ละคน ไม่ใช่แค่ความฝันหรือความสวยงาม
ลองมาปรับมุมมองเกี่ยวกับการขอความช่วยเหลือกันใหม่
เราทุกคนต่างก็เกิดมา มีความต้องการที่แตกต่าง มีความเข้มแข็งที่แตกต่าง และมีจุดอ่อนที่แตกต่างกันไป ถ้าใครซักคนจะต้องการความช่วยเหลือมากกว่าคนอื่น ๆ มันก็โอเคไม่ใช่หรือ? และมันไม่น่าอายเลยที่จะขอความช่วยเหลือถ้าความช่วยเหลือนั้นจะทำให้ชีวิตของเราดีขึ้น

ผู้คนมากมายทรมานตนเองในความเงียบเพราะคิดว่าการขอความช่วยเหลือจะทำร้ายความมั่นใจและความภาคภูมิใจในตัวเอง แต่มันไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไปหรอกนะ จงภูมิใจเถอะที่เข้มแข็งมามากพอแล้ว และลองคิดว่า “การขอความช่วยเหลือ = การดูแลตัวเองแบบนึง” (Asking for help is taking care of yourself)
ถ้าคุณรู้ตัวว่าชีวิตกำลังมีปัญหาและรู้ตัวว่าตัวเองกำลังต้องการความช่วยเหลือ ที่จริง มันแปลว่าคุณน่ะกำลังมีสติและกำลังรักตัวเองแบบสุด ๆ ไปเลย!

--------

ถ้าคุณเป็นนักศึกษาในระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยของรัฐมีปัญหาชีวิตที่ยังหาทางออกไม่ได้ และไม่อยากเล่าหรือปรึกษากับคนใกล้ชิดหรือคนสนิทฟัง แต่อยากหาคนที่เป็นกลาง ไม่ต้ดสิน ไว้ใจได้ ก็ขอแนะนำให้ลองคุยกับผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพในการให้คำปรึกษาสุขภาพจิตได้จาก "กำแพงพักใจ: โครงการ Wall of Sharing" ที่ www.wallofsharing.com

#ooca #กำแพงพักใจ #wallofsharing #วัยรุ่นต้องไม่วุ่นวาย www.wallofsharing.com www.taejai.com/wallofsharing
... See MoreSee Less

[มันโอเคที่จะขอความช่วยเหลือ]

บางครั้งที่ชีวิตเจอเรื่องยาก ๆ จากปัญหาเพื่อน โรงเรียน ครอบครัว การงาน และเรื่องต่าง ๆ ที่เรามีส่วนรับผิดชอบ หลายคนก็เลือกที่จะแกล้งทำเป็นว่าทุกอย่างยังโอเคดี ทั้งที่จริง ๆ ก็รู้แก่ใจว่าปัญหาขนาดนี้ซุปเปอร์แมนยังต้องหวั่นไหว! เมื่อคลื่นของปัญหาถาโถมเข้ามา “มากเกินไป” สิ่งที่เราควรทำจริง ๆ คือการลองขอความช่วยเหลือจากคนอื่นดู

ทว่าการขอความช่วยเหลือกลับไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคน

การขอความช่วยเหลืออาจทำให้บางคนรู้สึกอาย รู้สึกกังวลว่าคนอื่นจะตัดสินว่าตัวเองอ่อนแอหรืออ่อนไหว (ไปจนถึงขั้นกลัวจะถูกหาว่าบ้า) เรากลัวจะเป็นอื่นไปจากสังคมที่คาดหวังให้เราเข้มแข็งและสมบูรณ์แบบ แต่นั่นล่ะ ลองตั้งคำถามใหม่ว่า มีใครบ้างที่สมบูรณ์แบบจริง ๆ

มันจะไม่ดีกว่าหรือถ้าเราสร้างสังคมที่โอบรับความเป็นจริงในชีวิตของคนแต่ละคน ไม่ใช่แค่ความฝันหรือความสวยงาม
ลองมาปรับมุมมองเกี่ยวกับการขอความช่วยเหลือกันใหม่
เราทุกคนต่างก็เกิดมา มีความต้องการที่แตกต่าง มีความเข้มแข็งที่แตกต่าง และมีจุดอ่อนที่แตกต่างกันไป ถ้าใครซักคนจะต้องการความช่วยเหลือมากกว่าคนอื่น ๆ มันก็โอเคไม่ใช่หรือ? และมันไม่น่าอายเลยที่จะขอความช่วยเหลือถ้าความช่วยเหลือนั้นจะทำให้ชีวิตของเราดีขึ้น 

ผู้คนมากมายทรมานตนเองในความเงียบเพราะคิดว่าการขอความช่วยเหลือจะทำร้ายความมั่นใจและความภาคภูมิใจในตัวเอง แต่มันไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไปหรอกนะ จงภูมิใจเถอะที่เข้มแข็งมามากพอแล้ว และลองคิดว่า “การขอความช่วยเหลือ = การดูแลตัวเองแบบนึง” (Asking for help is taking care of yourself) 
ถ้าคุณรู้ตัวว่าชีวิตกำลังมีปัญหาและรู้ตัวว่าตัวเองกำลังต้องการความช่วยเหลือ ที่จริง มันแปลว่าคุณน่ะกำลังมีสติและกำลังรักตัวเองแบบสุด ๆ ไปเลย!

--------

ถ้าคุณเป็นนักศึกษาในระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยของรัฐมีปัญหาชีวิตที่ยังหาทางออกไม่ได้ และไม่อยากเล่าหรือปรึกษากับคนใกล้ชิดหรือคนสนิทฟัง แต่อยากหาคนที่เป็นกลาง ไม่ต้ดสิน ไว้ใจได้ ก็ขอแนะนำให้ลองคุยกับผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพในการให้คำปรึกษาสุขภาพจิตได้จาก กำแพงพักใจ: โครงการ Wall of Sharing ที่ www.wallofsharing.com

 #ooca #กำแพงพักใจ #wallofsharing #วัยรุ่นต้องไม่วุ่นวาย www.wallofsharing.com www.taejai.com/wallofsharing

[ติดตาม Wall of Sharing ได้ทางไหนบ้าง]

ตอนนี้โครงการกำแพงพักใจ Wall of Sharing มีสื่ออยู่ 3 ช่องทาง ได้แก่

Facebook : Ooca: Wall of Sharingharing กดติดตามแฟนเพจ Ooca: Wall of Sharing เพื่อรับข่าวสารการระดมทุน สาระความรู้ ไลฟ์สไตล์สุขภาพจิตและฮาวทูรับมือกับชีวิตวุ่น ๆ ของคนยุคใหม่ ทุกช่องทางอยู่ที่นี่ ถ้าชอบเรื่องนี้ See First ได้เลย

Twitter : twitter.com/WallofSharing ในทวิตเตอร์ของเราจะเน้นบทความและเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์สุขภาพจิต และฮาวทูรับมือกับชีวิตวุ่น ๆ ของคนยุคใหม่

Instagram : www.instagram.com/oocawallofsharing/ ในอินสตาแกรมของเราจะเน้นรูปวาดสวย ๆ และถ้อยคำสร้างแรงบันดาลใจเชิงบวกเพื่อให้วันของคุณสดใสและมีไฟค่ะ

#สะดวกแบบไหนเลือกเลย #ooca #กำแพงพักใจ #wallofsharing #วัยรุ่นต้องไม่วุ่นวาย www.wallofsharing.com
www.taejai.com/wallofsharing
... See MoreSee Less

[ติดตาม Wall of Sharing ได้ทางไหนบ้าง]

ตอนนี้โครงการกำแพงพักใจ Wall of Sharing มีสื่ออยู่ 3 ช่องทาง ได้แก่ 

Facebook : facebook.com/wallofsharing กดติดตามแฟนเพจ Ooca: Wall of Sharing เพื่อรับข่าวสารการระดมทุน สาระความรู้ ไลฟ์สไตล์สุขภาพจิตและฮาวทูรับมือกับชีวิตวุ่น ๆ ของคนยุคใหม่ ทุกช่องทางอยู่ที่นี่ ถ้าชอบเรื่องนี้ See First ได้เลย

Twitter : twitter.com/WallofSharing  ในทวิตเตอร์ของเราจะเน้นบทความและเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์สุขภาพจิต และฮาวทูรับมือกับชีวิตวุ่น ๆ ของคนยุคใหม่

Instagram : https://www.instagram.com/oocawallofsharing/ ในอินสตาแกรมของเราจะเน้นรูปวาดสวย ๆ และถ้อยคำสร้างแรงบันดาลใจเชิงบวกเพื่อให้วันของคุณสดใสและมีไฟค่ะ

#สะดวกแบบไหนเลือกเลย #ooca #กำแพงพักใจ #wallofsharing #วัยรุ่นต้องไม่วุ่นวาย www.wallofsharing.com 
www.taejai.com/wallofsharing

1 week ago

Ooca: Wall of Sharing

[รีวิวปรึกษาจิตแพทย์ผ่าน Video Call]

เราเป็นคนที่มีอาการ social anxiety หรือโรควิตกกังวลในการเข้าสังคมร่วมกับ กับ Asper’s Syndrome มาตั้งแต่เด็ก (ตอนนี้ก็อายุ 30+ แล้ว) และรับบริการด้านสุขภาพจิตมาจากหลายแหล่งทั้งสถาบันจิตเวชศาสตร์สำหรับเด็กโดยเฉพาะ โรงพยาบาลรัฐ และโรงพยาบาลเอกชน

ภาพจำของการไปเข้าพบจิตแพทย์ในจากหน่วยงานของรัฐคือ “การรอ” (ซึ่งการรออะไรนาน ๆ Asperger อย่างเราจะยิ่งอึดอัดมากเป็นพิเศษ) เพราะเราต้องไปถึงที่นัดหมายตั้งแต่เช้ามาก ๆ เพื่อรับบัตรคิว จากนั้นก็นั่งอยู่ในห้องโถงมืด ๆ ทึม ๆ รอการเรียกชื่ออยู่หลายชั่วโมง เพื่อที่จะใช้เวลาพูดคุยกับหมอประมาณ 30 นาที (หลาย ๆ ครั้งเราก็อยากจะพูดยาวกว่านั้น แต่แม่เราก็มักจะบอกให้เราเกรงใจคนต่อคิวเราอีกมากด้วย) จากนั้นก็ไปรอรับยา และกลับบ้าน รวมเวลาเดินทางก็ประมาณ 8-10 ชั่วโมงได้

ส่วนที่โรงพยาบาลเอกชนนั้นต่างออกไป สามารถกำหนดเวลาได้ สถานที่ที่ให้รอก็ดูโอ่โถง สว่างสดใส ไม่ชวนอึดอัดแบบโรงพยาบาลรัฐ แต่การนัดหมายก็ต้องทำใน office hour ซึ่งเราก็ต้องลางานอยู่ดี แถมจะบอกเจ้านายว่าขอลางานไปพบจิตแพทย์เราก็กระอักกระอ่วน เพราะเราดูภายนอกก็ร่าเริง และก็ไม่แน่ใจว่าคนอื่นจะมองเราอย่างไร ก็เลยบอกเป็นลากิจไป

การที่จะต้องลางาน และรอนาน (ในกรณีที่เป็นหน่วยงานรัฐ) ทำให้เรารู้สึกมาตลอดว่าการรับคำปรึกษาทางจิตเวชดูเป็น special event ทั้ง ๆ ที่ความจริงปัญหาสุขภาพจิตเกิดขึ้นกับใคร เมื่อไหร่ก็ได้ ดังนั้นการรับบริการทางสุขภาพจิตควรเข้าถึงได้ง่ายไม่ใช่เหรอ

ขนาดเราอยู่ในเขตปริมณฑลที่มีโรงพยาบาล/สถาบันจิตเวชในจังหวัดอยู่แล้ว เรายังรู้สึกว่าเดินทางลำบาก ยิ่งพอไปดูสถิติพบว่าประเทศไทยมีผู้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าประมาณ 1.5 ล้านคน แต่สถานพยาบาลที่ให้บริการด้านสุขภาพจิต (รวมของรัฐและเอกชน) มีเพียง 186 แห่ง และไม่ได้ครอบคลุมทุกจังหวัด ที่สำคัญเกินกว่าครึ่ง (94 แห่ง) กระจุกอยู่ในกรุงเทพ ความยุ่งยากตรงนี้เป็นกำแพงขวางคนจากการเข้าถึงนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ (ไม่แปลกเลยที่ว่าสถิติคนที่เข้ารับการรักษาจริง ๆ มีเพียง 280,000 คนเท่านั้น)

เรารู้จักกับ Ooca จากเพื่อนเราคนหนึ่ง ซึ่งก็คือแอปพลิเคชั่นและเว็บที่ช่วยในการนัดหมายนักจิตวิทยาและจิตแพทย์ ก็เลยลองใช้บริการดูพบว่า เราสามารถนัดหมายได้ง่ายและเลือกเวลาหลังเลิกงาน (มีหมอที่พร้อมให้คำปรึกษาตอนสี่ทุ่ม-ห้าทุ่มก็มี) และยังสามารถเลือกหมอ ที่ถนัดในหัวข้อที่เราต้องการคำปรึกษาได้อย่างเฉพาะเจาะจง และสามารถเริ่มพูดคุยได้โดยไม่ต้องเดินทาง วิดิโอคอลผ่านทางโทรศัพท์มือถือได้เลย

คนที่เราเลือกเป็นนักจิตวิทยา ที่เราต้องการรับคำปรึกษาด้านความเครียดและอารมณ์แปรปรวน เราจ่ายค่าเวลาล่วงหน้าไป 1 ชั่วโมง แต่ทางนักจิตวิทยาก็ยินดีคุยกับเรานานกว่านั้น ซึ่งทำให้เราไม่รู้สึกกดดันในการคุย

แน่นอนว่าการวิดิโอคอลคุยกัน เป็นแค่การรักษาเบื้องต้นเท่านั้น การไปพบแพทย์ตัวต่อตัวยังคงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า นอกจากแพทย์จะได้เห็นอากัปกริยาท่าทางของเราได้ชัดเจนขึ้นแล้ว ยังสามารถจ่ายยาให้เราได้ด้วยถ้าจำเป็น

เรายังคงไปพบแพทย์และคุยกันตรงหน้าอยู่บ้าง โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ดิ่งหนัก ๆ แต่การมีอีกหนึ่งทางเลือกที่สะดวกก็ทำให้เราอุ่นใจมากขึ้น และเป็นที่ปรึกษาฉุกเฉินได้ในยามจำเป็น

-------

Q: แอพอูก้า (Ooca) ต่างจากสายด่วนสุขภาพจิตอย่างไร ทำไมต้องเสียเงินด้วยถ้ามีบริการฟรีอย่างสายด่วนสุขภาพจิต
A: Ooca เป็นทางเลือกของผู้ที่มีความทุกข์ใจ ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง ไม่ต้องรู้สึกอาย ไม่ต้องกลัวใครจะรู้ว่ามาพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา จุดแข็งของ Ooca คือ เป็นการให้คำปรึกษาตามมาตรฐานโลก วีดีโอคอลเพื่อสังเกตกริยา ท่าทางประกอบการวินิจฉัย สื่อสารสองทางระหว่างแพทย์และผู้รับบริการ เลือกผู้เชี่ยวชาญที่ตรงกับปัญหาและความต้องการ จัดเวลาตามสะดวก มีความรวดเร็ว มีระบบดูแลให้ความช่วยเหลือได้ทันทีเมื่ออยู่ในภาวะวิกฤตที่อาจเป็นอันตรายแก่ชีวิต และที่สำคัญ มีความเป็นส่วนตัว และมีระบบรักษาความลับสูงสุด ทั้งสามารถเลือกที่ปรึกษาประจำและปรึกษาต่อเนื่องได้ด้วยค่ะ

#สะดวกแบบไหนเลือกเลย #ooca #กำแพงพักใจ #wallofsharing #วัยรุ่นต้องไม่วุ่นวาย www.wallofsharing.com www.taejai.com/wallofsharing

ติดตามเราได้ทาง
Twitter : twitter.com/WallofSharing
Instagram : www.instagram.com/oocawallofsharing/
... See MoreSee Less

[รีวิวปรึกษาจิตแพทย์ผ่าน Video Call]

เราเป็นคนที่มีอาการ social anxiety หรือโรควิตกกังวลในการเข้าสังคมร่วมกับ กับ Asper’s Syndrome มาตั้งแต่เด็ก (ตอนนี้ก็อายุ 30+ แล้ว) และรับบริการด้านสุขภาพจิตมาจากหลายแหล่งทั้งสถาบันจิตเวชศาสตร์สำหรับเด็กโดยเฉพาะ โรงพยาบาลรัฐ และโรงพยาบาลเอกชน 

ภาพจำของการไปเข้าพบจิตแพทย์ในจากหน่วยงานของรัฐคือ “การรอ” (ซึ่งการรออะไรนาน ๆ Asperger อย่างเราจะยิ่งอึดอัดมากเป็นพิเศษ) เพราะเราต้องไปถึงที่นัดหมายตั้งแต่เช้ามาก ๆ เพื่อรับบัตรคิว จากนั้นก็นั่งอยู่ในห้องโถงมืด ๆ ทึม ๆ รอการเรียกชื่ออยู่หลายชั่วโมง เพื่อที่จะใช้เวลาพูดคุยกับหมอประมาณ 30 นาที (หลาย ๆ ครั้งเราก็อยากจะพูดยาวกว่านั้น แต่แม่เราก็มักจะบอกให้เราเกรงใจคนต่อคิวเราอีกมากด้วย) จากนั้นก็ไปรอรับยา และกลับบ้าน รวมเวลาเดินทางก็ประมาณ 8-10 ชั่วโมงได้ 

ส่วนที่โรงพยาบาลเอกชนนั้นต่างออกไป สามารถกำหนดเวลาได้ สถานที่ที่ให้รอก็ดูโอ่โถง สว่างสดใส ไม่ชวนอึดอัดแบบโรงพยาบาลรัฐ แต่การนัดหมายก็ต้องทำใน office hour ซึ่งเราก็ต้องลางานอยู่ดี แถมจะบอกเจ้านายว่าขอลางานไปพบจิตแพทย์เราก็กระอักกระอ่วน เพราะเราดูภายนอกก็ร่าเริง และก็ไม่แน่ใจว่าคนอื่นจะมองเราอย่างไร ก็เลยบอกเป็นลากิจไป

การที่จะต้องลางาน และรอนาน (ในกรณีที่เป็นหน่วยงานรัฐ) ทำให้เรารู้สึกมาตลอดว่าการรับคำปรึกษาทางจิตเวชดูเป็น special event ทั้ง ๆ ที่ความจริงปัญหาสุขภาพจิตเกิดขึ้นกับใคร เมื่อไหร่ก็ได้ ดังนั้นการรับบริการทางสุขภาพจิตควรเข้าถึงได้ง่ายไม่ใช่เหรอ

ขนาดเราอยู่ในเขตปริมณฑลที่มีโรงพยาบาล/สถาบันจิตเวชในจังหวัดอยู่แล้ว เรายังรู้สึกว่าเดินทางลำบาก ยิ่งพอไปดูสถิติพบว่าประเทศไทยมีผู้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าประมาณ 1.5 ล้านคน แต่สถานพยาบาลที่ให้บริการด้านสุขภาพจิต (รวมของรัฐและเอกชน) มีเพียง 186 แห่ง และไม่ได้ครอบคลุมทุกจังหวัด ที่สำคัญเกินกว่าครึ่ง (94 แห่ง) กระจุกอยู่ในกรุงเทพ ความยุ่งยากตรงนี้เป็นกำแพงขวางคนจากการเข้าถึงนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ (ไม่แปลกเลยที่ว่าสถิติคนที่เข้ารับการรักษาจริง ๆ มีเพียง 280,000 คนเท่านั้น)

เรารู้จักกับ Ooca จากเพื่อนเราคนหนึ่ง ซึ่งก็คือแอปพลิเคชั่นและเว็บที่ช่วยในการนัดหมายนักจิตวิทยาและจิตแพทย์ ก็เลยลองใช้บริการดูพบว่า เราสามารถนัดหมายได้ง่ายและเลือกเวลาหลังเลิกงาน (มีหมอที่พร้อมให้คำปรึกษาตอนสี่ทุ่ม-ห้าทุ่มก็มี)  และยังสามารถเลือกหมอ ที่ถนัดในหัวข้อที่เราต้องการคำปรึกษาได้อย่างเฉพาะเจาะจง และสามารถเริ่มพูดคุยได้โดยไม่ต้องเดินทาง วิดิโอคอลผ่านทางโทรศัพท์มือถือได้เลย

คนที่เราเลือกเป็นนักจิตวิทยา ที่เราต้องการรับคำปรึกษาด้านความเครียดและอารมณ์แปรปรวน เราจ่ายค่าเวลาล่วงหน้าไป 1 ชั่วโมง แต่ทางนักจิตวิทยาก็ยินดีคุยกับเรานานกว่านั้น ซึ่งทำให้เราไม่รู้สึกกดดันในการคุย

แน่นอนว่าการวิดิโอคอลคุยกัน เป็นแค่การรักษาเบื้องต้นเท่านั้น การไปพบแพทย์ตัวต่อตัวยังคงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า นอกจากแพทย์จะได้เห็นอากัปกริยาท่าทางของเราได้ชัดเจนขึ้นแล้ว ยังสามารถจ่ายยาให้เราได้ด้วยถ้าจำเป็น

เรายังคงไปพบแพทย์และคุยกันตรงหน้าอยู่บ้าง โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ดิ่งหนัก ๆ แต่การมีอีกหนึ่งทางเลือกที่สะดวกก็ทำให้เราอุ่นใจมากขึ้น และเป็นที่ปรึกษาฉุกเฉินได้ในยามจำเป็น 

-------

Q: แอพอูก้า (Ooca) ต่างจากสายด่วนสุขภาพจิตอย่างไร ทำไมต้องเสียเงินด้วยถ้ามีบริการฟรีอย่างสายด่วนสุขภาพจิต
A: Ooca เป็นทางเลือกของผู้ที่มีความทุกข์ใจ ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง ไม่ต้องรู้สึกอาย ไม่ต้องกลัวใครจะรู้ว่ามาพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา จุดแข็งของ Ooca คือ เป็นการให้คำปรึกษาตามมาตรฐานโลก วีดีโอคอลเพื่อสังเกตกริยา ท่าทางประกอบการวินิจฉัย สื่อสารสองทางระหว่างแพทย์และผู้รับบริการ เลือกผู้เชี่ยวชาญที่ตรงกับปัญหาและความต้องการ จัดเวลาตามสะดวก มีความรวดเร็ว มีระบบดูแลให้ความช่วยเหลือได้ทันทีเมื่ออยู่ในภาวะวิกฤตที่อาจเป็นอันตรายแก่ชีวิต และที่สำคัญ มีความเป็นส่วนตัว และมีระบบรักษาความลับสูงสุด ทั้งสามารถเลือกที่ปรึกษาประจำและปรึกษาต่อเนื่องได้ด้วยค่ะ

#สะดวกแบบไหนเลือกเลย #ooca #กำแพงพักใจ #wallofsharing #วัยรุ่นต้องไม่วุ่นวาย www.wallofsharing.com www.taejai.com/wallofsharing

ติดตามเราได้ทาง 
Twitter : twitter.com/WallofSharing
Instagram : https://www.instagram.com/oocawallofsharing/

 

Comment on Facebook

Muntarika Lookmai

Pearl Anantaratikun

Phonchai Supachok ดีอ้ะ

Load more

OOCA : Wall Of Sharing
Email: contact@wallofsharing.com
Tel: +66-900-040-006

Copyright © OOCA 2019 by Telemedica co., ltd. All Right Reserved

Slider