กำแพงพักใจ – OOCA : Wall of Sharing

กำแพงพักใจ

ทุก(ข์)ปัญหาใจ
มีทางออก
Image is not available
Slider
Image is not available
เยาวชนไทย 7 ล้านคน
กำลังเสี่ยงปัญหาสุขภาพจิต
Image is not available
สาเหตุหลักเกิดจากความเครียด
และความกดดันในชีวิต

อันดับยอดฮิตได้แก้ ความเครียด ความรัก การเรียน เพศ ยาเสพติด ซึมเศร้า อยากตาย และความไม่เข้าใจในครอบครัว

Image is not available
เพราะไม่สะดวกและไม่ไว้ใจ
จึงไม่มีทางออกที่จับต้องได้

ไม่กล้าคุยกับที่บ้านเพราะกลัวแย่กว่าเก่า ครั้นจะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ จํานวนจิตแพทย์ในบริเวณบ้านมีไม่มาก ติดต่อแต่ละครั้งก็ใช้เวลารอคิว ไม่ว่าง ยุ่งยากหรือน่าอาย

Slider
แต่ทุกวันนี้เราปรึกษา
ผ่านการวิดีโอคอลได้
เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น ส่งผลให้ผู้ปรึกษาสามารถนัดและพบแพทย์ได้ผ่านช่องทางออนไลน์ โดยไม่ต้องเดินทางออกนอกบ้านและมีความเป็นส่วนตัวสูงขึ้น ซึ่งประหยัดต้นทุนไปได้ถึง 76%

OOCA ซึ่งเป็นผู้นำด้านที่ปรึกษาทางไกล จึงนำเทคโนโลยีนี้มาช่วยแก้ปัญหาร่วมกับสถานศึกษาและองค์กรในโครงการ
Image is not available
Slider
เปิดโอกาสให้คุณร่วมเป็นพลังในการส่งต่อ โดยผู้บริจาคอิสระเช่นคุณ
สามารถบริจาค 470 บาท
เพื่อให้นักศึกษาหนึ่งคนได้เข้าถึงบริการปรึกษาออนไลน์ได้หนึ่งครั้ง
Image is not available
ขั้นตอน 1 : คุณมอบ Gift Card

เงินบริจาค 470 บาท ที่ได้มา ตีค่าเป็น Gift Card 1 ใบ ซึ่งช่วยให้นักศึกษาคนหนึ่งสามารถปรึกษาได้ 1 ครั้ง

Image is not available
ขั้นตอน 2 : ระบบช่วยจับคู่

ระบบจะจับคู่ Gift Card
 กับนักศึกษาที่ลงทะเบียน
จากมหาวิทยาลัยในโครงการ โดยผู้รับไม่ต้องเปิดเผยชื่อหรือเรื่องราวส่วนตัวสามารถใช้ GIFT CARD ได้ทันที

Image is not available
ขั้นตอน 3 : สื่อสารคำขอบคุณและ
กำลังใจ

ผู้บริจาคจะได้รับคำขอบคุณจากนักศึกษา ส่วนนักศึกษาก็จะได้รับกำลังใจหรือข้อความจากผู้บริจาค

Slider
โครงการนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ
Image is not available
Image is not available
Image is not available
Image is not available
Image is not available
Image is not available
Slider
Image is not available
จากมุมมองผู้ให้บริการ
อยากให้ทุกคนเข้าถึง
Image is not available

เราไม่คิดค่าใช้จ่ายเลยในการติดตั้งระบบ Ooca analytic ที่ปรกติมีค่าใช้จ่าย หลักแสน ถึงหลักล้านบาท ในการควบคุมดูแลข้อมูลข้อมูลของเด็กนักศึกษา และเจรจาตกลงลดส่วน แบ่งค่าธรรมเนียม80% เพื่อเป็นการกุศลกับกลุ่มจิตแพทย์และนักจิตวิทยาของเราในการให้ บริการกับเด็กๆ ในส่วนของค่าใช้จ่ายที่ลดลงแล้วนี้ ในปีแรกเราจะเชิญชวนผู้ที่สนใจสนับสนุน โครงการให้ร่วมบริจาคก่อนที่ในปีถัดทางมหาวิทยาลัยจะพิจารณาจัดตั้งค่าใช้จ่ายตรงส่วนนี้ เองเพื่อที่เราจะได้สร้างความยั่งยืนให้กับโครงการและส่งต่อความช่วยเหลือนี้ให้กับคนกลุ่มอื่น ที่ต้องการได้รับความช่วยเหลือต่อไป

ทพญ. กัญจน์ภัสสร สุริยาแสงเพ็ชร์
ผู้ก่อตั้ง OOCA
Image is not available
Image is not available
นำข้อมูล
มาพัฒนารอบด้าน
Image is not available

“โครงการนี้ ถือว่าเป็นโครงการพัฒนาสุขภาพและสุขภาวะของนักศึกษา (Good Health and Wellbeing) ซึ่งจะทำให้นักศึกษาของเรามีโอกาส เข้าถึงการดูแลสุขภาพจิตจากผู้เชี่ยวชาญ โดยทางโครงการจะเริ่มประชาสัมพันธ์ให้นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาของมหาวิทยาลัย ใน ขณะเดียวกัน จะมีการเก็บข้อมูลและประเมินผลการใช้งานร่วมกับทีม Ooca เพื่อพัฒนางานนี้ต่อไป”


อ. พงศ์วราวุฑฒิ หมื่นยุทธิ

Chief Academic Office, โครงการจัดตั้งสถานพัฒนาความเป็นผู้ประกอบการสำหรับนักศึกษา (Student Entrepreneurship Development Academy: SEDA) ม. เทคโนโลยีสุรนารี
Image is not available
สังคมร่วมสร้าง
อิมแพคแห่งการให้
Image is not available

“สำหรับโครงการนี้เทใจได้ให้ความร่วมมือกับ Ooca โดยเปิดช่องทางให้คนใจดีและบริษัทต่างๆที่ต้องการแก้ไขปัญหานี้ มีส่วนร่วมสนับสนุนค่าใช้จ่ายของการบริการผ่านการบริจาค เพราะเรามีวัตถุประสงค์ให้นักศึกษาที่มีปัญหา และไม่มีรายได้ใด ๆ ได้รับบริการฟรี ทุกการบริจาค 470 บาท จะทำให้นักศึกษาได้รับคำปรึกษา 1 ครั้ง โดย ผู้บริจาคยังสามารถขอรับใบเสร็จเพื่อหักลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย”


เอด้า จิระไพศาลสกุล

ผู้อำนวยการเว็บไซต์เทใจดอทคอม
previous arrow
next arrow
Slider
Slider
Slider

หลายกระทู้ในอินเตอร์เน็ตทำให้เห็นว่าหลายคนมีปัญหารุมเร้า กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เกิดเป็นความเครียดที่เยอะเกินไป สมองของคุณไม่ได้มีพื้นที่สำหรับเรื่องแย่ๆ ขนาดนั้นนะ!
.
เอาล่ะ! หันกลับมาคิดอีกที ที่ชีวิตดูพังๆ แบบนี้ เพราะปัญหามันเยอะเกินไป หรือคุณเครียดมากเกินไปกันแน่? ไม่ดีนักหรอกกับการเก็บความเครียดไว้คนเดียวแบบนั้น ระบายออกมาบ้าง เล่าให้เพื่อนหรือคนที่ไว้ใจฟังบ้างเพื่อให้ความกังวลมันลดลง ถอยกลับมามองดูทุกปัญหาอย่างเข้าใจแล้วค่อยๆ จัดการแก้ไขไปทีละจุด คุณเก่งอยู่แล้วน่า!
-------------
ข่าวดีคือวันนี้นักศึกษาปริญญาตรีในมหาลัยรัฐสามารถลงทะเบียนใช้บริการจิตแพทย์ออนไลน์ได้ฟรีผ่านแอพพลิเคชัน Ooca โดยลงทะเบียนและอ่านรายละเอียดที่ www.wallofsharing.com
#ooca #wallofsharing #กำแพงพักใจ
... See MoreSee Less

หลายกระทู้ในอินเตอร์เน็ตทำให้เห็นว่าหลายคนมีปัญหารุมเร้า กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เกิดเป็นความเครียดที่เยอะเกินไป สมองของคุณไม่ได้มีพื้นที่สำหรับเรื่องแย่ๆ ขนาดนั้นนะ!
.
เอาล่ะ! หันกลับมาคิดอีกที ที่ชีวิตดูพังๆ แบบนี้ เพราะปัญหามันเยอะเกินไป หรือคุณเครียดมากเกินไปกันแน่? ไม่ดีนักหรอกกับการเก็บความเครียดไว้คนเดียวแบบนั้น ระบายออกมาบ้าง เล่าให้เพื่อนหรือคนที่ไว้ใจฟังบ้างเพื่อให้ความกังวลมันลดลง ถอยกลับมามองดูทุกปัญหาอย่างเข้าใจแล้วค่อยๆ จัดการแก้ไขไปทีละจุด คุณเก่งอยู่แล้วน่า!
-------------
ข่าวดีคือวันนี้นักศึกษาปริญญาตรีในมหาลัยรัฐสามารถลงทะเบียนใช้บริการจิตแพทย์ออนไลน์ได้ฟรีผ่านแอพพลิเคชัน Ooca โดยลงทะเบียนและอ่านรายละเอียดที่ www.wallofsharing.com
#ooca #wallofsharing #กำแพงพักใจ

ถ้าเธอซึมเศร้า แล้วเราจะไปต่อกันได้ไหม

'เขาค่อยๆ ทิ้งตัวลงกลางสนามหญ้าของสวนสาธารณะใจกลางเมือง แล้วเริ่มร้องไห้เหมือนเด็กๆ โดยไม่แคร์สายตาหลายคู่ที่จับจ้องมา'

ผู้ชายคนนั้นคือแฟนเราเอง จำไม่ได้ว่าใครเป็นต้นตอของเหตุการณ์นี้มากกว่ากัน แวบแรกเราอยากจะหนีไปให้ไกล อยากทำเหมือนไม่รู้จัก ไม่ได้มาด้วยกัน แต่นาทีต่อมาเราก็เข้าไปกอดเขาไว้ ใครจะมองยังไงก็ช่าง เพราะคนคนนี้เป็นคนที่เราแคร์มากกว่าสายตาไม่คุ้นเคยที่มองมา

ใช่แล้วค่ะ แฟนเราเป็นโรคซึมเศร้า ในเวลาปกติเขาคือแฟนที่น่ารักมากๆ เอาใจใส่ ดูแลเราเป็นอย่างดี เราชอบกินอะไรอร่อยๆ ทำอะไรสนุกๆ ด้วยกัน แต่เวลาที่สารเคมีในสมองเจ้ากรรม ดั๊นหลั่งไม่ปกตินั้น คนข้างกายอย่างเรา เตรียมรับมือให้ดีค่ะ

ซึ่งจะว่าไปสิ่งเร้าที่ทำให้เกิดอาการนี้ก็อาจจะมาจากคนรอบกายอย่างเรา

สถานการณ์บางอย่าง คำพูดไม่ทันคิดที่ไปลดคุณค่าในตัวเขา ถ้อยคำรุนแรงที่ถ้าเป็นคนอื่นคงเถียงหรือด่ากลับ เราก็เคยหวังให้เขาทำแบบนั้นเวลาเราวีนแตก แต่เขากลับไม่เคยทำเลย เขาเก็บไว้แล้วเฝ้าโทษแต่ว่าเป็นความผิดของตัวเอง ถึงบางครั้งอาจจะผิดจริง เรื่องมันก็ไม่ได้จบง่ายขนาดที่ อะ เธอผิด>>ฉันโกรธ>> เธอขอโทษ>>ห้ามทำอีก>>แล้วก็หายนะ

มันจะลุกลามใหญ่โต

เขาเฝ้าแต่โทษตัวเองว่าเขาไม่ดี ไม่มีประโยชน์ เป็นภาระ ไม่คู่ควรสำหรับใคร ไม่มีคุณค่าสำหรับเรา แล้วก็ก้าวสู่สเต็ปต่อไป คือ "อยากตาย"

เอาไงล่ะทีนี้ื

การบอกคนที่อยากตายว่าให้คิดถึงคนที่รัก คิดถึงพ่อแม่ กลัวบาปกรรมอะไรพวกนี้ ใช้ไม่ได้ผลเลยนะคะ จุดนั้นมีแค่เขากับโลกที่มืดมน เขาเคยบอกเราว่าการมีชีวิตอยู่ช่างยาก และเหนื่อยเหลือเกิน “เขาไม่อยากอยู่ทำร้ายหรือเป็นมลพิษให้คนที่เขารักอีกแล้ว” เขามองว่าการที่เขาจากไปเป็นผลดีกว่าสำหรับทุกคน เป็นการยุติความเจ็บปวด และทำเพื่อคนอื่น

เราก็ได้แต่บอกไปว่า

"อยู่เล่นด้วยกันก่อนนะ เล่นกับเราสนุกใช่ไหม"
"ถ้าตายไปแล้วไม่เป็นแบบที่คิดจะทำยังไง จะตายรอบสองได้อีกไหมก็ไม่รู้ ทีนี้ละแย่เลย^^"

แล้วก็กอดเขาไว้แน่นๆ บอกเขาว่าเขามีค่าสำหรับเราเราไม่คิดว่าเขาเป็นภาระ แล้วเราอยากให้เขาอยู่ต่อขนาดไหน...เพราะความรัก ความเข้าใจ และการรับฟังสำคัญมากๆ สำหรับผู้ป่วยโรคนี้นะคะ

บางเรื่องที่เขาเล่าให้ฟัง คุณอาจจะคิดว่า 'เรื่องแค่เนี้ย คิดมากก' ใช่ค่ะ คิดมากจริงๆ แต่วิธีดีลกับเขาคือรับฟัง ไม่ต้องเข้าใจอะไรมากก็ได้ แค่รับฟังอย่างใจเย็น หนทางแก้ไข ไม่สำคัญเท่าความรู้สึกที่ส่งไปว่าคุณแคร์ และคุณยังอยู่ตรงนี้ข้างๆ เขานะ

พอเขาได้พูด ระบายออกมาจนหมดเขาจะค่อยๆ ดีขึ้น เท่านี้คุณก็จะได้นอนหลับอย่างเป็นสุขแล้วค่ะ ถ้าเกิดคุณไปนั่งตั้งคำถาม วิเคราะห์ ถกประเด็น ทำไมทำแบบนั้น ไม่ทำแบบนี้ บอกเลยว่ายาว ไม่ต้องมีใครได้นอนทั้งนั้น (ฮาา) และนอกจากการรับฟัง การออกกำลังกายก็มีส่วนช่วยมากๆ ในเรื่องการปรับสารเคมีในสมองให้สมดุล ลากกันไปออกกำลังกายบ่่อยๆ ให้แรงกายระบายความพรั่งพรูในสมองออกไปก็ช่วยได้เยอะเลย

แต่ถ้าสิ่งที่คุณเจออยู่ยากเกินกว่าจะรับมือไหว เรากอดแน่นๆ นะ เวลามีใครเป็นซึมเศร้า คนส่วนใหญ่จะโฟกัสกับผู้ป่วย ทั้งที่ความจริงคนข้างกายอย่างเพื่อนสนิท แฟน หรือครอบครัว ก็สำคัญมากๆ และเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่ออาการของผู้ป่วย

แน่นอนว่าเราไม่ใช่ Avengers ที่จะกู้โลกทั้งใบได้ ไม่ไหวบอกไหวไม่ช่วยอะไร สิ่งที่คุณควรแคร์ไม่แพ้เขาคือตัวเอง ตกลงกับตัวเองก่อนเลยว่ารับได้ไหม ถ้าแฟนคุณจะบอกว่า

"เรารู้สึกไม่มีค่า ไม่มีประโยชน์ ไม่รู้จะแก้ไขสิ่งที่เป็นอยู่ยังไง รู้สึกว่างเปล่า รู้สึกว่าตัวหดเล็กลงเหลือนิดเดียว บางทีก็ไม่รู้สึกอะไรเลย เราอยากตาย..." แล้วก็คูณสิบ คูณร้อยรอบเข้าไป บางทีอาจจะต้องรับหน้าที่งัดข้อกับมัจจุราชบ้าง เวลาเขาดาวน์จัดๆ

ลองชั่งน้ำหนักกับช่วงเวลาดีๆ ที่มีร่วมกันดู คุณเลือกได้เองค่ะว่าจะไปต่อหรือพอแล้ว เพราะความรักไม่ใช่องค์กรการกุศล ถ้าทนอยู่เพราะสงสาร นอกจากคุณไม่แฮปปี้แล้ว เขาเองก็รู้สึกได้ แต่ถ้าใจบอกว่ายังรัก แล้วก็ยังไหว ดูแลจิตใจและร่างกายของตัวเองให้แข็งแกร่งเข้าไว้ แล้วมาหาทางออกร่วมกัน

ค่อยๆ สำรวจตัวเองทั้งคู่

เช่น คำนี้เราไม่ควรพูด พูดแล้วเขาจะเสียใจมาก เช่น "ทำได้แค่นี้เหรอ ทำไมคิดไม่ได้ ไม่ได้เรื่อง แล้วทำไมทำของหายอีกแล้ว รำคาญ!" สำหรับแฟนเราคงเป็นประมาณนี้ ส่วนเราก็จะบอกเขาว่าเราไม่ชอบที่เขาบอกว่าอยากตายแล้วหายไปเลย ขาดการติดต่อทุกช่องทาง เราจะเป็นบ้าเอา

อยากตายบอกได้ แค่ไม่หายไปดื้อๆ

คือค่อยๆ ปรับพฤติกรรมร่วมกันไปทีละนิด เวลานอน การพักผ่อนก็มีส่วน และที่สำคัญ พากันไปพบจิตแพทย์ค่ะ ป่วยก็ต้องรักษา กินยาถึงจะหาย ถ้าเขารักเรา อยากหายและใช้ชีวิตร่วมกันต่อไป เชื่อว่ายังไงเขาก็ต้องไป แล้วเราก็ไปขอคำแนะนำในการปฏิบัติกับเขาจากแพทย์ได้เช่นกันค่ะ

จนถึงวันนี้ ระยะเวลากว่า 5 ปีที่คบกัน เราไม่รับประกันว่าเราจะไม่มีวันเลิกกับเขา แต่ตอนนี้เมื่อเรายังไหว เราก็จะสู้ไปด้วยกันจนถึงที่สุด ไม่ใช่บอกเขาว่า "สู้ๆ นะ" แล้วก็ปล่อยให้เขาสู้เพียงลำพัง และเราไม่เคยหมดหวัง ในการทวงคืนแฟนที่น่ารัก ไม่มีเจ้าซึมเศร้าเข้าครอบงำของเราคืนมา เพราะเวลาเรากอดเขา เราก็ยังอบอุ่นเช่นเคย รอยยิ้มของเขายังเป็นที่รักของเราอยู่เหมือนเดิม อนาคตจะเป็นอย่างไรเราไม่รู้ ตอนนี้เรารู้แค่ว่าหมอนัดครั้งหน้าเราจะจับมือเธอไปเจอหมอด้วยกันนะ:)

-------------
ข่าวดีคือวันนี้นักศึกษาปริญญาตรีในมหาลัยรัฐสามารถลงทะเบียนใช้บริการจิตแพทย์ออนไลน์ได้ฟรีผ่านแอพพลิเคชัน Ooca โดยลงทะเบียนและอ่านรายละเอียดที่ www.wallofsharing.com
#ooca #wallofsharing #กำแพงพักใจ
... See MoreSee Less

ถ้าเธอซึมเศร้า แล้วเราจะไปต่อกันได้ไหม

เขาค่อยๆ ทิ้งตัวลงกลางสนามหญ้าของสวนสาธารณะใจกลางเมือง แล้วเริ่มร้องไห้เหมือนเด็กๆ โดยไม่แคร์สายตาหลายคู่ที่จับจ้องมา

ผู้ชายคนนั้นคือแฟนเราเอง จำไม่ได้ว่าใครเป็นต้นตอของเหตุการณ์นี้มากกว่ากัน แวบแรกเราอยากจะหนีไปให้ไกล อยากทำเหมือนไม่รู้จัก ไม่ได้มาด้วยกัน แต่นาทีต่อมาเราก็เข้าไปกอดเขาไว้ ใครจะมองยังไงก็ช่าง เพราะคนคนนี้เป็นคนที่เราแคร์มากกว่าสายตาไม่คุ้นเคยที่มองมา

ใช่แล้วค่ะ แฟนเราเป็นโรคซึมเศร้า ในเวลาปกติเขาคือแฟนที่น่ารักมากๆ เอาใจใส่ ดูแลเราเป็นอย่างดี เราชอบกินอะไรอร่อยๆ ทำอะไรสนุกๆ ด้วยกัน แต่เวลาที่สารเคมีในสมองเจ้ากรรม ดั๊นหลั่งไม่ปกตินั้น คนข้างกายอย่างเรา เตรียมรับมือให้ดีค่ะ 

ซึ่งจะว่าไปสิ่งเร้าที่ทำให้เกิดอาการนี้ก็อาจจะมาจากคนรอบกายอย่างเรา  

สถานการณ์บางอย่าง คำพูดไม่ทันคิดที่ไปลดคุณค่าในตัวเขา ถ้อยคำรุนแรงที่ถ้าเป็นคนอื่นคงเถียงหรือด่ากลับ เราก็เคยหวังให้เขาทำแบบนั้นเวลาเราวีนแตก แต่เขากลับไม่เคยทำเลย เขาเก็บไว้แล้วเฝ้าโทษแต่ว่าเป็นความผิดของตัวเอง ถึงบางครั้งอาจจะผิดจริง เรื่องมันก็ไม่ได้จบง่ายขนาดที่ อะ เธอผิด>>ฉันโกรธ>> เธอขอโทษ>>ห้ามทำอีก>>แล้วก็หายนะ 

มันจะลุกลามใหญ่โต

เขาเฝ้าแต่โทษตัวเองว่าเขาไม่ดี ไม่มีประโยชน์ เป็นภาระ ไม่คู่ควรสำหรับใคร ไม่มีคุณค่าสำหรับเรา แล้วก็ก้าวสู่สเต็ปต่อไป คือ อยากตาย 

เอาไงล่ะทีนี้ื 

การบอกคนที่อยากตายว่าให้คิดถึงคนที่รัก คิดถึงพ่อแม่ กลัวบาปกรรมอะไรพวกนี้ ใช้ไม่ได้ผลเลยนะคะ จุดนั้นมีแค่เขากับโลกที่มืดมน เขาเคยบอกเราว่าการมีชีวิตอยู่ช่างยาก และเหนื่อยเหลือเกิน “เขาไม่อยากอยู่ทำร้ายหรือเป็นมลพิษให้คนที่เขารักอีกแล้ว”  เขามองว่าการที่เขาจากไปเป็นผลดีกว่าสำหรับทุกคน เป็นการยุติความเจ็บปวด และทำเพื่อคนอื่น

เราก็ได้แต่บอกไปว่า

อยู่เล่นด้วยกันก่อนนะ เล่นกับเราสนุกใช่ไหม 
ถ้าตายไปแล้วไม่เป็นแบบที่คิดจะทำยังไง จะตายรอบสองได้อีกไหมก็ไม่รู้ ทีนี้ละแย่เลย^^ 

แล้วก็กอดเขาไว้แน่นๆ บอกเขาว่าเขามีค่าสำหรับเราเราไม่คิดว่าเขาเป็นภาระ แล้วเราอยากให้เขาอยู่ต่อขนาดไหน...เพราะความรัก ความเข้าใจ และการรับฟังสำคัญมากๆ สำหรับผู้ป่วยโรคนี้นะคะ 

บางเรื่องที่เขาเล่าให้ฟัง คุณอาจจะคิดว่า เรื่องแค่เนี้ย คิดมากก ใช่ค่ะ คิดมากจริงๆ แต่วิธีดีลกับเขาคือรับฟัง  ไม่ต้องเข้าใจอะไรมากก็ได้ แค่รับฟังอย่างใจเย็น หนทางแก้ไข ไม่สำคัญเท่าความรู้สึกที่ส่งไปว่าคุณแคร์ และคุณยังอยู่ตรงนี้ข้างๆ เขานะ 

พอเขาได้พูด ระบายออกมาจนหมดเขาจะค่อยๆ ดีขึ้น เท่านี้คุณก็จะได้นอนหลับอย่างเป็นสุขแล้วค่ะ ถ้าเกิดคุณไปนั่งตั้งคำถาม วิเคราะห์ ถกประเด็น ทำไมทำแบบนั้น ไม่ทำแบบนี้ บอกเลยว่ายาว ไม่ต้องมีใครได้นอนทั้งนั้น (ฮาา) และนอกจากการรับฟัง การออกกำลังกายก็มีส่วนช่วยมากๆ ในเรื่องการปรับสารเคมีในสมองให้สมดุล ลากกันไปออกกำลังกายบ่่อยๆ ให้แรงกายระบายความพรั่งพรูในสมองออกไปก็ช่วยได้เยอะเลย

แต่ถ้าสิ่งที่คุณเจออยู่ยากเกินกว่าจะรับมือไหว เรากอดแน่นๆ นะ เวลามีใครเป็นซึมเศร้า คนส่วนใหญ่จะโฟกัสกับผู้ป่วย ทั้งที่ความจริงคนข้างกายอย่างเพื่อนสนิท แฟน หรือครอบครัว ก็สำคัญมากๆ และเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่ออาการของผู้ป่วย 

แน่นอนว่าเราไม่ใช่ Avengers ที่จะกู้โลกทั้งใบได้ ไม่ไหวบอกไหวไม่ช่วยอะไร สิ่งที่คุณควรแคร์ไม่แพ้เขาคือตัวเอง ตกลงกับตัวเองก่อนเลยว่ารับได้ไหม ถ้าแฟนคุณจะบอกว่า

เรารู้สึกไม่มีค่า ไม่มีประโยชน์ ไม่รู้จะแก้ไขสิ่งที่เป็นอยู่ยังไง รู้สึกว่างเปล่า รู้สึกว่าตัวหดเล็กลงเหลือนิดเดียว บางทีก็ไม่รู้สึกอะไรเลย เราอยากตาย... แล้วก็คูณสิบ คูณร้อยรอบเข้าไป บางทีอาจจะต้องรับหน้าที่งัดข้อกับมัจจุราชบ้าง เวลาเขาดาวน์จัดๆ 

ลองชั่งน้ำหนักกับช่วงเวลาดีๆ ที่มีร่วมกันดู คุณเลือกได้เองค่ะว่าจะไปต่อหรือพอแล้ว เพราะความรักไม่ใช่องค์กรการกุศล ถ้าทนอยู่เพราะสงสาร นอกจากคุณไม่แฮปปี้แล้ว เขาเองก็รู้สึกได้ แต่ถ้าใจบอกว่ายังรัก แล้วก็ยังไหว ดูแลจิตใจและร่างกายของตัวเองให้แข็งแกร่งเข้าไว้ แล้วมาหาทางออกร่วมกัน

ค่อยๆ สำรวจตัวเองทั้งคู่ 

เช่น คำนี้เราไม่ควรพูด พูดแล้วเขาจะเสียใจมาก เช่น  ทำได้แค่นี้เหรอ ทำไมคิดไม่ได้ ไม่ได้เรื่อง แล้วทำไมทำของหายอีกแล้ว รำคาญ! สำหรับแฟนเราคงเป็นประมาณนี้ ส่วนเราก็จะบอกเขาว่าเราไม่ชอบที่เขาบอกว่าอยากตายแล้วหายไปเลย ขาดการติดต่อทุกช่องทาง เราจะเป็นบ้าเอา 

อยากตายบอกได้ แค่ไม่หายไปดื้อๆ 

คือค่อยๆ ปรับพฤติกรรมร่วมกันไปทีละนิด เวลานอน การพักผ่อนก็มีส่วน และที่สำคัญ พากันไปพบจิตแพทย์ค่ะ ป่วยก็ต้องรักษา กินยาถึงจะหาย ถ้าเขารักเรา อยากหายและใช้ชีวิตร่วมกันต่อไป เชื่อว่ายังไงเขาก็ต้องไป แล้วเราก็ไปขอคำแนะนำในการปฏิบัติกับเขาจากแพทย์ได้เช่นกันค่ะ

จนถึงวันนี้ ระยะเวลากว่า 5 ปีที่คบกัน เราไม่รับประกันว่าเราจะไม่มีวันเลิกกับเขา แต่ตอนนี้เมื่อเรายังไหว เราก็จะสู้ไปด้วยกันจนถึงที่สุด ไม่ใช่บอกเขาว่า สู้ๆ นะ แล้วก็ปล่อยให้เขาสู้เพียงลำพัง และเราไม่เคยหมดหวัง ในการทวงคืนแฟนที่น่ารัก ไม่มีเจ้าซึมเศร้าเข้าครอบงำของเราคืนมา เพราะเวลาเรากอดเขา เราก็ยังอบอุ่นเช่นเคย รอยยิ้มของเขายังเป็นที่รักของเราอยู่เหมือนเดิม อนาคตจะเป็นอย่างไรเราไม่รู้ ตอนนี้เรารู้แค่ว่าหมอนัดครั้งหน้าเราจะจับมือเธอไปเจอหมอด้วยกันนะ:)

-------------
ข่าวดีคือวันนี้นักศึกษาปริญญาตรีในมหาลัยรัฐสามารถลงทะเบียนใช้บริการจิตแพทย์ออนไลน์ได้ฟรีผ่านแอพพลิเคชัน Ooca โดยลงทะเบียนและอ่านรายละเอียดที่ www.wallofsharing.com
#ooca #wallofsharing #กำแพงพักใจ

 

Comment on Facebook

เราเป็นคนนึงที่เป็นโรคนี้ คนข้างๆหรือแฟนนั้นสำคัญมาก ต้องเรียนรู้อดทน และทำความเข้าใจในโรคนี้ให้มาก ไม่งั้นไปไม่รอด ดีที่แฟนเราดีช่วยจนวันนี้เรากำลังจะได้เลิกทานยาแล้ว เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่เป็นโรคนี้ทราบดีว่ามันทรมานขนาดไหน มีอะไรให้แนะนำทักมาสอบถามได้นะคะ รักษาที่ไหน หมอไหน เพราะส่วนสำคัญมากอีกอย่างคือหมอค่ะ

สมองมันเป็น แต่ตัวเราไม่ได้เป็น

Mei Mei Cheng 我知道妳看不懂 可是我想說 '謝謝妳在我身边' :)

ผม รู้จักโรค นี้ จากคนรอบข้างที่ ผมรักเหมือนพี่สาวคนหนึ่ง ที่ต้องมาตาย จากโรคนี้ ด้วยการฆ่าตัวตาย มันช่างน่าเศร้าใจมาก จนล่าสุด ผมเจอผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ผมเฝ้ารอ โดนการเจอกัน แค่ ครั้งเดียว ในวันงานโรงเรียน แห่งหนึ่ง จน เวลาผ่านไป1ปี ในช่วงนั้น ผม หวังมากกว่า อาจจะได้เจอเธอ อีก ในปีถัดไป และผม ก็ได้เจอ แต่ ครั้งนี้ ผมได้ช่องทางการติดต่อ มาจากตัวเธอ โดย หวังว่า เราคง จะได้ พูดคุยและรู้จักกันมากขึ้น ในช่วงเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา ผม เหมือนได้ พบ คนที่ ทำให้ผมรู้สึกถึง ความดีและคุณค่า ของตัวเธอ นั้นและครับ เธอ เป็น โรคซึมเศร้า สาเหตุที่เป็นโรคนี้ของเธอ น่าจะเกิดจากความรักที่เธอมีให้กับคนที่เธอรัก และทำให้เธอ สะเทือนใจ ในช่วงเวลา 1 เดือน ผม ได้เป็น ผู้ฟัง ทีดี ให้เธอได้ระบายออกมา จนมันทำให้ ผม เกิด ความรู้สึก รักเธอ ขึ้นมา แต่ มันคงเป็นไปไม่ได้ เพราะ ใน ความเข้าใจ ผมเป็นเพื่อนเธอ เฉอจะเล่า เรื่องราวความรัก ของเธอกับแฟนเก่า ที่มักจะทำให้เธอต้องเจ็บ และรู้สึกไม่ดีเสมอ จน ผมรู้สึก ว่า ความรู้สึกที่ผมมีให้เธอมันมาก จน อยากจะปกป้องและดูแล เธอ จนผม เผลอให้รู้ถึงความรู้สึก ใน วันหนึ่ง มันทำให้เธอรู้สึกว่า ไม่อยากทำร้ายผม เพราะ มันเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะตอบรับความรู้สึกผม จนเธอตัดสินใจ ที่จะ ไม่คุยและติดต่อกับผม อีกเลย .. เวลาผ่านมา ทำให้ผมเริ่มรู้ว่าสิ่งที่ผมทำมันผิด ที่คิดอารายเกินไปจากคำว่าเพื่อน ผมอยากขอโทษ กับเธอ ในสิ่งที่เกิดขึ้น และยังคงเป็นกำลังใจ ให้เธอได้พบกับ คนที่ดี ที่ทำให้เธอมีความสุข คิดถึงเสมอนะ จากเพื่อนคนนี้ https://youtu.be/vmXn7ub3oq8

คนที่มีแฟนเข้าใจแบบนี้ก็ดีไปคับ แต่สำหรับคนที่ไม่มีแฟนหรืออยู่คนเดียว โอกาศที่จะรอดมีต่ำมากคับ และที่แย่กว่านั้นคือ เราไม่รู้ตัวว่าเป็นโรค นี่แหละ อันตรายสุด

Noppadon Panyakham พี่จ๋าอ่านให้หมดหน่อยนะคะ❤️

สุดท้ายจะถูกขับไล่ไสส่ง ไม่มีใครบนโลกที่จะอยู่กับเราได้นอกจากตัวเอง

ขอบคุณน๊าที่ความรักของคุณยังประโยชน์ตนและผลพลอยได้ประโยชน์ผู้อื่นด้วย..ทำต่อไปนะคะ สเปซ ไทม์

เป็นคำถามที่โดนถามเกือบจะบ่อยแล้ว ออมเป็นโรคซึมเศร้าหรือเปล่า Thanatorn Mosiko

Yutt Sarayut เค้าเริ่มเป็นโรคซึมเศร้าแล้วนะ

Prawxo Suwanna เจยังรักและก็ยังไหวนะ เทอก็ต้องช่วยตัวเอง ทำตามหมอ ละออกกำลังกายบ่อยๆนะ

อยากแท๊กเขา​ 😢

ยุคนี้หาที่พักพิงคุยกับใครที่สบายใจ หรือไม่คุยกับใคร ..เข้าวัดบ้างก็ได้..ฟรีและดีมีอาหาร2มื้อและยากายยาใจ..วัดตรีวิสุทธิธรรม..อ.ดอนเจดีย์ สุพรรณบุรี สนทนาธรรมฟังเทศน์กับพระอาจารย์ปู่ ยิ่งดีค่ะ

Inncent Ome ชีวิตปิงมันก็มีเท่านี้ตามหาคนที่จะมาดูแลยากจริงๆ จนปิงสงสารอะ อยากเก็บความทรมานไว้คนเดียว

นับเวลาถอยหลัง

ขอบคุณที่พยายามเข้าใจเรามาตลอด💖 Patipan Pengpajorn

ขอเป็นหนึ่งกำลังใจให้แก่ผู้ที่เจอปัญหาเหล่านี้ สุ้ๆนะ

Mam Mark Kunathib เมื่อไหร่จะไปหาหมอกันสักทีน้าาา

Az Mee งื้อ เค้าอยากดั๊ยแบบนี้ จะเจอได้ที่ไหน 😂

เราดิ่งมากเมื่อเราบอกว่าเราไร้ค่าและรู้สึกเป็นภาระคนอื่น... แล้วแฟนตอบว่า เห็นด้วย☹️

Baitoey Sutita ต้องมารำบากเพราะเค้า

Kenika Kenika ขอบคุณที่รับฟังทุกเรื่อง ขอบคุณที่เป็นยาที่ดีที่สุดให้กัน

สุดท้ายก็เหลือเเค่ตัวเองว่ะ

ธัญญวัชร์ บัวทอง​ พี่ทำงานหนักมากเลย​ กนูเสียใจ

ขออยู่คนเดียว

+ View more comments

'เรียนรู้ที่จะวางบางอย่าง'
.
เคยตั้งคำถามกับตัวเองมั้ยว่า คนบางคนหรือเรื่องบางเรื่อง เข้ามาทำให้เราปวดหัวทำไม?
บางคนก้าวเข้ามาเพื่อทำให้เราเรียนรู้ที่จะไม่ไว้ใจคนง่ายไป บางเรื่องเข้ามาเพื่อให้เราลับไหวพริบให้เฉียบคม ซึ่งในที่สุดแล้ว ทุกอย่างจะผ่านไปและกลายเป็นอดีต ที่แม้จะทำให้เราหยุดคิดถึงมันไม่ได้ แต่ก็กลับไปแก้ไขหรือทำอะไรให้มันดีกว่านี้ไม่ได้เช่นกัน
.
ปล่อยให้ทุกอย่างที่เข้ามาเป็นประสบการณ์ซะดีกว่า เรียนรู้ที่จะปล่อยวางความทุกข์ที่เกิดจากมันซะ แล้วออกไปเจอโลก เจอผู้คนใหม่ๆ บ้าง จะได้เห็นว่า อะไรดีๆ ในอนาคตรอเราอยู่อีกเยอะแยะเลย
-------------
ข่าวดีคือวันนี้นักศึกษาปริญญาตรีในมหาลัยรัฐสามารถลงทะเบียนใช้บริการจิตแพทย์ออนไลน์ได้ฟรีผ่านแอพพลิเคชัน Ooca โดยลงทะเบียนและอ่านรายละเอียดที่ www.wallofsharing.com
#ooca #wallofsharing #กำแพงพักใจ
... See MoreSee Less

เรียนรู้ที่จะวางบางอย่าง
.
เคยตั้งคำถามกับตัวเองมั้ยว่า คนบางคนหรือเรื่องบางเรื่อง เข้ามาทำให้เราปวดหัวทำไม? 
บางคนก้าวเข้ามาเพื่อทำให้เราเรียนรู้ที่จะไม่ไว้ใจคนง่ายไป บางเรื่องเข้ามาเพื่อให้เราลับไหวพริบให้เฉียบคม ซึ่งในที่สุดแล้ว ทุกอย่างจะผ่านไปและกลายเป็นอดีต ที่แม้จะทำให้เราหยุดคิดถึงมันไม่ได้ แต่ก็กลับไปแก้ไขหรือทำอะไรให้มันดีกว่านี้ไม่ได้เช่นกัน 
.
ปล่อยให้ทุกอย่างที่เข้ามาเป็นประสบการณ์ซะดีกว่า เรียนรู้ที่จะปล่อยวางความทุกข์ที่เกิดจากมันซะ แล้วออกไปเจอโลก เจอผู้คนใหม่ๆ บ้าง จะได้เห็นว่า อะไรดีๆ ในอนาคตรอเราอยู่อีกเยอะแยะเลย
-------------
ข่าวดีคือวันนี้นักศึกษาปริญญาตรีในมหาลัยรัฐสามารถลงทะเบียนใช้บริการจิตแพทย์ออนไลน์ได้ฟรีผ่านแอพพลิเคชัน Ooca โดยลงทะเบียนและอ่านรายละเอียดที่ www.wallofsharing.com
#ooca #wallofsharing #กำแพงพักใจ

 

Comment on Facebook

เอารูปแมวมาหลอกล่อนี่นาาาา

หนูเป็นซึมเศร้า อยากให้ครูเข้าใจ

หากใครยังจำกันได้ เมื่อไม่นานมานี้มีข่าวเรื่องโรคซึมเศร้าในโรงเรียน ส่งต่อกันมาในทวิตเตอร์จนเป็นประเด็นร้อนทางสังคม เรื่องดังกล่าว เป็นเรื่องของเด็กคนหนึ่งที่ขาดเรียน เมื่อกลับมาเรียนครูจึงถามว่าขาดเรียนมาไปไหน พอเด็กตอบว่าไปหาหมอตามนัด เพราะป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ครูดันสวนกลับมาว่า “เป็นบ้า เป็นโรคจิตเหรอ” ต่อหน้าเพื่อนทั้งชั้น จากนั้นครูก็ขำ เพื่อนก็ขำ เด็กคนดังกล่าวถามว่าจะให้อธิบายเรื่องโรคซึมเศร้า หรือ สอนจรรยาบรรณครูก่อนดี เพราะเธอไม่ตลกและไม่ได้เป็นบ้า เธอแค่ป่วย...

เรื่องซึมเศร้าไม่ใช่เรื่องตลก

เชื่อว่าเด็กคนนี้น่าจะไปพบแพทย์ตามนัดสม่ำเสมอ ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถควบคุมอารมณ์และตอบโต้กลับได้ ดีไม่ดีเด็กที่ป่วยบางคนอาจจะเสียใจจนคิดอยากตาย และไม่อยากมาโรงเรียนอีกเลย

ฟังดูอาจจะดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่ถ้าวันหนึ่งโรคนี้มาเยือนลูกศิษย์เราบ้าง คราวนี้จะทำอย่างไร

เรื่องแรกที่สำคัญมากๆ ในสังคมโรงเรียนสำหรับเด็กเป็นโรคซึมเศร้าก็คือ ความเข้าใจต่อโรค จากในข่าวจะเห็นว่า ครูเหมารวมว่าคือใครมีปัญหาด้านสุขภาพจิต คือเป็นบ้าหมด ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิดมหันต์ ดังนั้นเด็กคนอื่นๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะขนาดครูเองยังไม่รู้ นับประสาอะไรกับเด็ก คราวนี้มหกรรมการล้อเลียนจะตามมาอย่างห้ามไม่หยุด ฉุดไม่อยู่ ล้อกันจนไม่คิดถึงความรู้สึกของเด็กที่เผชิญโรคนี้ แล้วแต่จะสรรหาคำมาสาดใส่กันให้เจ็บแสบ

ถ้าแม้แต่ตัวครูเองยังล้อเลียนเด็กแบบนี้ โอกาสที่เด็กจะอาการแย่ลงเป็นไปได้สูง

ดังนั้นครูต้องทำความเข้าใจโรคนี้เสียก่อน และกำหนดทิศทางการปฏิบัติในชั้นเรียนสำหรับเด็กๆ คนอื่นด้วย ... ให้เขาเข้าใจว่าเพื่อนกำลังรักษา

หลังจากสร้างสังคมในโรงเรียนที่เป็นมิตรที่พร้อมจะอยู่ร่วมกับเด็กที่เป็นซึมเศร้าได้แล้ว การพูดคุยกับเจ้าตัวก็เป็นเรื่องสำคัญ คราวนี้เราอาจจะต้องวางความเป็นครูที่จะคอยสอน ชี้แนะเรื่องต่างๆ แล้วเปลี่ยนบทบาทมาเป็นนักเรียนเพื่อศึกษาโรคนี้ดูบ้าง

ค่อยๆ คุยให้เด็กรู้สึกสบายใจที่จะเล่าอาการ ความรู้สึกให้เราฟัง

ซึ่งโดยธรรมชาติของเด็กอาจจะไม่ค่อยอยากเข้าใกล้ครูสักเท่าไร แต่ถ้าเราให้ความรู้สึกเหมือนเพื่อน เหมือนที่พักใจ ให้เขารู้สึกผ่อนคลาย ไม่กังวลเวลาคุยกับเรา ก็จะเข้าใจโรคนี้ได้มากขึ้นค่ะ

ช่วงแรกๆ ถ้าเด็กยังไม่พร้อมก็ไม่เป็นไร การบีบเค้นให้พูดก็ไม่ช่วย และที่สำคัญมากๆ ก็คือไม่มองว่าเขาเป็นแค่ลูกศิษย์ของเราต้องเชื่อฟังเรา ลองมองและให้เกียรติเขาอย่างมนุษย์คนหนึ่ง พร้อมเฝ้าสังเกตพฤติกรรมขณะอยู่ที่โรงเรียนของเขา เวลาเรียนเป็นอย่างไร มีสมาธิไหม เข้ากับเพื่อนๆ ได้หรือเปล่า ชอบอยู่คนเดียวหรืออยู่กับกลุ่ม ขาดเรียนบ่อยแค่ไหน หรืออาจจะปรึกษากับผู้ปกครองของเด็กเพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน เพราะโรงเรียนเป็นสถานที่ที่เด็กใช้เวลาอยู่มากกว่าที่บ้านเสียอีก (และคงไม่มีเด็กคนไหนอยากมาโรงเรียนที่เปรียบเสมือนขุมนรก)

ถ้าเด็กต้องขาดเรียนไปหาหมอจริงๆ เราก็ต้องเข้าใจก่อนว่าโรคนี้ต้องไปพบหมอตามนัด มีการกินยา ปรับยา ซึ่งผลกระทบในแต่ละคนก็จะต่างกัน บางคนอาจมีผลง่วงซึมในห้องเรียน ต้องชี้แจงให้เพื่อนร่วมชั้นเข้าใจว่า ที่เพื่อนมีอาการแบบนี้มีผลจากอะไร เพื่อคนรอบข้างจะเข้าใจและอยู่ร่วมกับเขาได้อย่างสนับสนุนซึ่งกันและกัน

หากเตรียมพร้อมให้สภาพแวดล้อมเป็นมิตรได้ ในฐานะครูก็คงจะไม่มีอะไรสุขใจไปกว่าการได้เห็นลูกศิษย์คนหนึ่ง เติบโตขึ้นอย่างมีความสุข แม้ว่าอาการป่วยที่เขาเผชิญอยู่ อาจจะดูยากต่อการรับมือ แต่ถ้าเราสร้างความเข้าใจ ปลูกฝัง พร้อมส่งต่อความรู้ การปฏิบัติต่อผู้ป่วยโรคนี้สู่คณะครู และนักเรียนอย่างระมัดระวังก็จะสามารถผ่านเรื่องนี้ไปได้ พร้อมทั้งสร้างความภูมิใจให้เด็กที่ป่วยว่า ทุกคนไม่ได้ลำบากเพราะเขา เขาทำให้ทุกคนได้เรียนรู้ และมีความเข้าใจในโรคนี้มากขึ้น เพราะเราไม่รู้เลยว่าในอนาคตจะมีเด็กป่วยเป็นซึมเศร้าอีกเมื่อไร โรงเรียนอื่นจะมีแบบนี้ไหม และเป็นผลดีต่อเด็กคนอื่นๆ ที่อาจจะเป็นโรคเดียวกับเขา

เพราะลูกศิษย์ของเรา ไม่ใช่คนเดียวและคนสุดท้ายที่กำลังเผชิญกับความซึมเศร้าอย่างแน่นอน

-------------

ข่าวดีคือวันนี้นักศึกษาปริญญาตรีในมหาลัยรัฐสามารถลงทะเบียนใช้บริการจิตแพทย์ออนไลน์ได้ฟรีผ่านแอพพลิเคชัน Ooca โดยลงทะเบียนและอ่านรายละเอียดที่ www.wallofsharing.com
#ooca #wallofsharing #กำแพงพักใจ
... See MoreSee Less

หนูเป็นซึมเศร้า อยากให้ครูเข้าใจ

หากใครยังจำกันได้ เมื่อไม่นานมานี้มีข่าวเรื่องโรคซึมเศร้าในโรงเรียน ส่งต่อกันมาในทวิตเตอร์จนเป็นประเด็นร้อนทางสังคม เรื่องดังกล่าว เป็นเรื่องของเด็กคนหนึ่งที่ขาดเรียน เมื่อกลับมาเรียนครูจึงถามว่าขาดเรียนมาไปไหน พอเด็กตอบว่าไปหาหมอตามนัด เพราะป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ครูดันสวนกลับมาว่า “เป็นบ้า เป็นโรคจิตเหรอ” ต่อหน้าเพื่อนทั้งชั้น จากนั้นครูก็ขำ เพื่อนก็ขำ เด็กคนดังกล่าวถามว่าจะให้อธิบายเรื่องโรคซึมเศร้า หรือ สอนจรรยาบรรณครูก่อนดี เพราะเธอไม่ตลกและไม่ได้เป็นบ้า เธอแค่ป่วย... 

เรื่องซึมเศร้าไม่ใช่เรื่องตลก 

เชื่อว่าเด็กคนนี้น่าจะไปพบแพทย์ตามนัดสม่ำเสมอ ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถควบคุมอารมณ์และตอบโต้กลับได้ ดีไม่ดีเด็กที่ป่วยบางคนอาจจะเสียใจจนคิดอยากตาย และไม่อยากมาโรงเรียนอีกเลย 

ฟังดูอาจจะดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่ถ้าวันหนึ่งโรคนี้มาเยือนลูกศิษย์เราบ้าง คราวนี้จะทำอย่างไร

เรื่องแรกที่สำคัญมากๆ ในสังคมโรงเรียนสำหรับเด็กเป็นโรคซึมเศร้าก็คือ ความเข้าใจต่อโรค จากในข่าวจะเห็นว่า ครูเหมารวมว่าคือใครมีปัญหาด้านสุขภาพจิต คือเป็นบ้าหมด ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิดมหันต์ ดังนั้นเด็กคนอื่นๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะขนาดครูเองยังไม่รู้ นับประสาอะไรกับเด็ก คราวนี้มหกรรมการล้อเลียนจะตามมาอย่างห้ามไม่หยุด ฉุดไม่อยู่ ล้อกันจนไม่คิดถึงความรู้สึกของเด็กที่เผชิญโรคนี้ แล้วแต่จะสรรหาคำมาสาดใส่กันให้เจ็บแสบ 

ถ้าแม้แต่ตัวครูเองยังล้อเลียนเด็กแบบนี้ โอกาสที่เด็กจะอาการแย่ลงเป็นไปได้สูง 

ดังนั้นครูต้องทำความเข้าใจโรคนี้เสียก่อน และกำหนดทิศทางการปฏิบัติในชั้นเรียนสำหรับเด็กๆ คนอื่นด้วย ... ให้เขาเข้าใจว่าเพื่อนกำลังรักษา 

หลังจากสร้างสังคมในโรงเรียนที่เป็นมิตรที่พร้อมจะอยู่ร่วมกับเด็กที่เป็นซึมเศร้าได้แล้ว การพูดคุยกับเจ้าตัวก็เป็นเรื่องสำคัญ คราวนี้เราอาจจะต้องวางความเป็นครูที่จะคอยสอน ชี้แนะเรื่องต่างๆ แล้วเปลี่ยนบทบาทมาเป็นนักเรียนเพื่อศึกษาโรคนี้ดูบ้าง 

ค่อยๆ คุยให้เด็กรู้สึกสบายใจที่จะเล่าอาการ ความรู้สึกให้เราฟัง 

ซึ่งโดยธรรมชาติของเด็กอาจจะไม่ค่อยอยากเข้าใกล้ครูสักเท่าไร แต่ถ้าเราให้ความรู้สึกเหมือนเพื่อน เหมือนที่พักใจ ให้เขารู้สึกผ่อนคลาย ไม่กังวลเวลาคุยกับเรา ก็จะเข้าใจโรคนี้ได้มากขึ้นค่ะ 

ช่วงแรกๆ ถ้าเด็กยังไม่พร้อมก็ไม่เป็นไร การบีบเค้นให้พูดก็ไม่ช่วย และที่สำคัญมากๆ ก็คือไม่มองว่าเขาเป็นแค่ลูกศิษย์ของเราต้องเชื่อฟังเรา ลองมองและให้เกียรติเขาอย่างมนุษย์คนหนึ่ง พร้อมเฝ้าสังเกตพฤติกรรมขณะอยู่ที่โรงเรียนของเขา เวลาเรียนเป็นอย่างไร มีสมาธิไหม เข้ากับเพื่อนๆ ได้หรือเปล่า ชอบอยู่คนเดียวหรืออยู่กับกลุ่ม ขาดเรียนบ่อยแค่ไหน หรืออาจจะปรึกษากับผู้ปกครองของเด็กเพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน เพราะโรงเรียนเป็นสถานที่ที่เด็กใช้เวลาอยู่มากกว่าที่บ้านเสียอีก (และคงไม่มีเด็กคนไหนอยากมาโรงเรียนที่เปรียบเสมือนขุมนรก) 

ถ้าเด็กต้องขาดเรียนไปหาหมอจริงๆ เราก็ต้องเข้าใจก่อนว่าโรคนี้ต้องไปพบหมอตามนัด มีการกินยา ปรับยา ซึ่งผลกระทบในแต่ละคนก็จะต่างกัน บางคนอาจมีผลง่วงซึมในห้องเรียน ต้องชี้แจงให้เพื่อนร่วมชั้นเข้าใจว่า ที่เพื่อนมีอาการแบบนี้มีผลจากอะไร เพื่อคนรอบข้างจะเข้าใจและอยู่ร่วมกับเขาได้อย่างสนับสนุนซึ่งกันและกัน

หากเตรียมพร้อมให้สภาพแวดล้อมเป็นมิตรได้ ในฐานะครูก็คงจะไม่มีอะไรสุขใจไปกว่าการได้เห็นลูกศิษย์คนหนึ่ง เติบโตขึ้นอย่างมีความสุข แม้ว่าอาการป่วยที่เขาเผชิญอยู่ อาจจะดูยากต่อการรับมือ แต่ถ้าเราสร้างความเข้าใจ ปลูกฝัง พร้อมส่งต่อความรู้ การปฏิบัติต่อผู้ป่วยโรคนี้สู่คณะครู และนักเรียนอย่างระมัดระวังก็จะสามารถผ่านเรื่องนี้ไปได้ พร้อมทั้งสร้างความภูมิใจให้เด็กที่ป่วยว่า ทุกคนไม่ได้ลำบากเพราะเขา เขาทำให้ทุกคนได้เรียนรู้ และมีความเข้าใจในโรคนี้มากขึ้น เพราะเราไม่รู้เลยว่าในอนาคตจะมีเด็กป่วยเป็นซึมเศร้าอีกเมื่อไร โรงเรียนอื่นจะมีแบบนี้ไหม และเป็นผลดีต่อเด็กคนอื่นๆ ที่อาจจะเป็นโรคเดียวกับเขา 

เพราะลูกศิษย์ของเรา ไม่ใช่คนเดียวและคนสุดท้ายที่กำลังเผชิญกับความซึมเศร้าอย่างแน่นอน

-------------

ข่าวดีคือวันนี้นักศึกษาปริญญาตรีในมหาลัยรัฐสามารถลงทะเบียนใช้บริการจิตแพทย์ออนไลน์ได้ฟรีผ่านแอพพลิเคชัน Ooca โดยลงทะเบียนและอ่านรายละเอียดที่ www.wallofsharing.com
#ooca #wallofsharing #กำแพงพักใจ

 

Comment on Facebook

ครูเป็นโรคซึมเศร้า อยากให้หนูเข้าใจ อย่าลืมมองสองด้านนะคะ

Pui Nenghathai

แม้ว่าคำพูดหรือการกระทำที่แสดงออกไป จะเป็นสิ่งที่เราไต่ตรองมาอย่างดีแล้ว แต่พอมันเป็นสิ่งที่สวนทางกับคนอื่น ก็มักจะเจอปัญหาที่ว่า ไม่มีใครเข้าใจในความเป็นเรา
.
ความเป็นตัวเองของเราอาจจะไม่เข้าตาใครๆ หรือขัดใจสังคมรอบด้าน แต่ทุกคนย่อมมีความแตกต่างกันนี่นา! ทั้งความชอบ ทั้งสไตล์ และความคิด แต่กลับรู้สึกว่า ความแปลกของเราทำให้เขามองเราในแง่ลบ ไม่พยายามเข้าใจในตัวเราซะเลย
.
"การกระทำบางอย่างอาจดูผิดพลาด แต่การเป็นตัวเองนั้นถูกต้องเสมอ” คำพูดจากหนังสือที่เคยอ่านผ่านตา กลายเป็นสิ่งที่คอยผลักดันให้เราหันมารักตัวตนของเรามากขึ้น ใครจะคิดยังไง ก็ห้ามเขาไม่ได้หรอก ขอแค่ตัวเราแตกต่างอย่างสร้างสรรค์ก็เพียงพอแล้วล่ะ
-------------
ข่าวดีคือวันนี้นักศึกษาปริญญาตรีในมหาลัยรัฐสามารถลงทะเบียนใช้บริการจิตแพทย์ออนไลน์ได้ฟรีผ่านแอพพลิเคชัน Ooca โดยลงทะเบียนและอ่านรายละเอียดที่ www.wallofsharing.com
#ooca #wallofsharing #กำแพงพักใจ
... See MoreSee Less

แม้ว่าคำพูดหรือการกระทำที่แสดงออกไป จะเป็นสิ่งที่เราไต่ตรองมาอย่างดีแล้ว แต่พอมันเป็นสิ่งที่สวนทางกับคนอื่น ก็มักจะเจอปัญหาที่ว่า ไม่มีใครเข้าใจในความเป็นเรา
.
ความเป็นตัวเองของเราอาจจะไม่เข้าตาใครๆ หรือขัดใจสังคมรอบด้าน แต่ทุกคนย่อมมีความแตกต่างกันนี่นา! ทั้งความชอบ ทั้งสไตล์ และความคิด แต่กลับรู้สึกว่า ความแปลกของเราทำให้เขามองเราในแง่ลบ ไม่พยายามเข้าใจในตัวเราซะเลย
.
การกระทำบางอย่างอาจดูผิดพลาด แต่การเป็นตัวเองนั้นถูกต้องเสมอ” คำพูดจากหนังสือที่เคยอ่านผ่านตา กลายเป็นสิ่งที่คอยผลักดันให้เราหันมารักตัวตนของเรามากขึ้น ใครจะคิดยังไง ก็ห้ามเขาไม่ได้หรอก ขอแค่ตัวเราแตกต่างอย่างสร้างสรรค์ก็เพียงพอแล้วล่ะ
-------------
ข่าวดีคือวันนี้นักศึกษาปริญญาตรีในมหาลัยรัฐสามารถลงทะเบียนใช้บริการจิตแพทย์ออนไลน์ได้ฟรีผ่านแอพพลิเคชัน Ooca โดยลงทะเบียนและอ่านรายละเอียดที่ www.wallofsharing.com
#ooca #wallofsharing #กำแพงพักใจ

 

Comment on Facebook

this can help. http://www.enneagram.co.th/archives/832

Miiss Yakult

รู้สึกดีจังเลยค่ะ

Load more

OOCA : Wall Of Sharing
Email: contact@wallofsharing.com
Tel: +66-900-040-006

Copyright © OOCA 2019 by Telemedica co., ltd. All Right Reserved

Slider