สังคมจะช่วยกันป้องกันการฆ่าตัวตายได้อย่างไร

วันนี้หมออัศวิน เพจ เลี้ยงลูกให้เป็นคนปกติ เล่าในงานของ wallofsharing.com ว่า ถ้าหมอมีเวลา 15 นาที จะมาเล่าอะไรให้คนดี หมอเลยขอเลือกเล่าว่าในฐานะเพื่อน เราสามารถช่วยคนที่เป็นซึมเศร้าได้ยังไง ให้คล้ายๆ กับที่จิตแพทย์ทำ

– คนไข้ซึมเศร้าอายุน้อยที่สุดที่พบเจอคืออายุ 11 ปี หมอพบว่าปัจจุบันเด็กเราค่อนข้างเครียด และมีปัจจัยใหม่ๆ ที่สมัยก่อนไม่เคยมีทำให้ผู้ใหญ่รับมือไม่ทัน
 
– 3 ปัจจัยที่ทำให้คนฆ่าตัวตาย 1)รู้สึกไร้ค่า เช่น สอบได้ไม่ดี รู้สึกว่าตัวเองห่วย 2) ไร้ที่พึ่ง คิดว่าพ่อแม่ก็ช่วยไม่ได้ ครูก็ช่วยไม่ได้ เพื่อนก็ช่วยไม่ได้ ทั้งหมดจะนำไปสู่ความรู้สึกว่าไม่มีฉันสักคน คงลดภาระให้คนอื่นได้ 3) ไม่มีอนาคต เจอ 1-2 ซ้ำๆๆๆๆ จนคิดว่าเปลี่ยนอะไรไม่ได้แล้ว อยู่ไปทำไมไปบายดีกว่า ถ้ามีครบสามข้อนี้โอกาสตายสูงมาก
 
– แต่ข่าวดีคือ ถ้าช่วยข้อใดข้อหนึ่งได้ อาจยังไม่ช่วยให้หาย แต่จะช่วยให้รอด!
 
– ทุกปัญหามาพร้อมความรู้สึก : โอเค เราอาจจะทะเลาะกับแฟน เครียดเรื่องงาน เป็นปัญหาที่มีทางแก้ แต่จิตแพทย์จะฟังและเก็บปัญหาไว้ทีหลัง เน้นถามเรื่องความรู้สึกแทนว่า “แล้วรู้สึกยังไงล่ะ” บางคนพอรู้สึกแล้วก็จะสงบลง คิดได้เอง
 
– วิธีคุยมักใช้ คือใครเศร้ามา ต้องหาเรื่องชม : อย่างคนที่เป็นซึมเศร้ามาเค้าจะเล่าประวัติมายาวมาก มีชีวิตน่าสนใจ ผ่านความทุกข์ผ่านความหมุนเหวี่ยงมาเยอะ เกิดมาเป็นหนี้บ้าง พ่อแม่แยกทางบ้าง ญาติเป็นนั่นเป็นนี่บ้าง หลายคนสู้ชีวิตมานาน แต่ไม่มีใครชมเค้าเลย หมอมองว่าเค้าเป็นนักสู้ที่มีแผลเยอะ แต่มันเป็นแผลที่เรามองไม่เห็น หมอก็จะชมว่าเออ ผ่านมาขนาดนี้ก็เก่งแล้ว
 
– การปลอบ เป็นทักษะสำคัญของการสื่อสาร ไม่ใช่บอกว่าเออไม่เป็นไรหรอก แต่คือการปลอบในแง่ที่เราเอาตัวเองไปเข้าใจความเจ็บปวดของเค้า เออจริงว่ะ น่าเศร้านะที่เพื่อนที่รักมากๆ ทิ้งเราไปคบคนอื่น น่าโมโหนะที่โดนคนที่ทำงานแซะทั้งวันทั้งคืน เข้าใจนะที่เธอรู้สึกผิดที่ดื้อกับพ่อแม่ บลาๆๆ
 
– ให้ความมั่นใจ ไม่ใช่แค่บอกว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไป เพราะในความเป็นจริงมันไม่แน่นอน มันอาจไม่ผ่านไปหรืออาจฉิบหายกว่าเก่าก็ได้ ดังนั้นการทำให้มั่นใจที่ดีคือให้มั่นใจว่าจะมีคนช่วยฟัง จะมีใครสักคนอยู่ข้างๆ
 
– แต่! การเป็นที่พึ่งสุดท้ายของใครสักคนไม่ใช่เรื่องสนุก วิธีที่ดีในการช่วยคนที่กำลังวิกฤติคือหาหลายๆ คน รุมกันช่วย เพราะทุกคนล้วนมีช่วงที่เอาตัวเองไม่รอดทั้งนั้น มันต้องผลัดวนไปที่คนอื่นๆ เช่น หมอล่ะ นักจิตล่ะ เพื่อนคนอื่นล่ะ คนในเน็ตล่ะ ต้องมีทีมช่วยนะไม่งั้นเราหมดแรงก่อน แล้วเราจะช่วยเค้าไม่ได้อีก
 
– สร้างพื้นที่ปลอดภัย : ทุกคนต้องการที่ที่เค้าจะรู้สึกว่าเอาตัวเองไปอยู่ได้โดยจะไม่มีใครทำร้ายความรู้สึกเรา จะไม่มีใครว่าเรา จะมีคนเข้าใจเรา ถามตัวเองว่ามีที่แบบนี้ให้ไปมั้ย ถ้าไม่มีก็คงต้องลองหาดูซักหน่อย มันอาจเป็นบ้าน เป็นสังคมงานอดิเรก เป็นคาเฟ่ เป็นกลุ่มเพื่อนที่โรงเรียน หาที่ไปสักที่โดยตระหนักว่านั่นคือจุดแวะพักในยามที่ต้องการที่พึ่งทางใจ แต่ยังไงเราอยู่ที่นั่นตลอดไปไม่ได้ จุดนึงก็ต้องกลับมาใช้ชีวิตอยู่บนโลกที่มีหายนะและความขัดแย้งอยู่ดี
 
– หมออัศวินชอบหนังเรื่อง independence day คือมนุษยชาติเราจะสามัคคีกันต่อเมื่อมีหายนะ แต่ว่าทุกวันนี้มนุษย์ต่างดาวยังไม่บุกโลกซะที คนเราเลยไม่ต้องมีเหตุให้ดูแลช่วยเหลือเมตตาต่อกัน ดังนั้น หมอว่าเราไม่ต้องรอให้วิกฤติเกิดหรอก พอจะทำอะไรได้ก็ทำไปเถิด
 
 
————-
ข่าวดีคือวันนี้นักศึกษาปริญญาตรีในมหาลัยรัฐสามารถลงทะเบียนใช้บริการจิตแพทย์ออนไลน์ได้ฟรีผ่านแอพพลิเคชัน Ooca โดยลงทะเบียนและอ่านรายละเอียดที่www.wallofsharing.com
#ooca #wallofsharing #กำแพงพักใจ