กำแพงพักใจ – OOCA : Wall of Sharing

Landing

An(y) issue you have
There are always solutions.
Image is not available
Slider
Image is not available
7 million youth in Thailand are at risk of mental health problem.
Image is not available
Main causes are stress and pressure in life

Most youth said to have problems with stress, romantic relationship, study, sex, drugs,
depression, suicidal thoughts and family that do not understand them

Image is not available
Because they cannot access the help that suit their needs and that they can trust, they do not have any tangible solutions to their problem.

They do not dare talking to their family for fear that the situation may become worse. Once they decide to reach out for help from a specialist, there are not many psychiatrists in the neighbourhood, it takes a lot of time to wait. Most of the time psychiatrists are not avaialble and they find going to see a psychiatrists a complicated and embarassing process.

Slider
But today we can consult via video call
This technology developed allow clients to make appointment and meet with the psychiatrist online. They do not have to leave home and get consultation in a highly private environment. This also reduces the cost per service by 76%.

OOCA , as the leading remote consultation service provider, brings this technology to help solve
the issue in collaboration with educational institutes and organiations participating in the project.
Image is not available
Slider
OOCA invites you to be a part of this effort. Your donation of THB 470
will help one student to get 1 session of online consultation service
Image is not available
STEP 1: BUY A GIFT CARD

The donation of THB 470 is equivalent to 1 Gift Card which can help 1 student to get 1 session of consultaion

Image is not available
STEP 2: MATCHING SYSTEM

The system will match the Gift Card with a student who registered to the program at a participating university. The information regarding the Gift Card recipient will not be disclosed

Image is not available
STEP 3: COMMUNICATE APPRECIATION AND SUPPORT

The donor will receive a thank you note from the student and the donor can give a support note or a message to the student

Slider
This program is created from collaboration of
Image is not available
Image is not available
Image is not available
Image is not available
Image is not available
Image is not available
Slider
Image is not available
From the perspective of the service provider
We want everyone to have access
Image is not available

We install and set up the Ooca Analytic system for free of charge. The installation of this system that is used for managing students data, normally costs 100s of thousands to millions Baht. We have also negotiated with psychiatrists and psychologists to reduce their consultation fees by 80% as their contribution to this voluntary effort in working with young people in need. We invite interested people to join this effort and donate to cover the costs for the first year of this program implementation. The participating universities will allocate their budget to cover the program costs in subsequent years. This is meant to ensure the program sustainability and for us to be able to continue to offer the help to other groups.

Dr. Kanpassorn Suriyasaengpetch
Founder of OOCA
viewpoint of university >>
Image is not available
Image is not available
Image is not available
Data use for well-rounded development
Image is not available

This program aims to promote good health and wellbeing which will allow our students to access mental health care from specialists. The program will be promoted among undergrad students. We will collect data and assess the service usage in collaboration with Ooca to ensure further improvement of the program.

Pongseworawuthi Mhuenyuthi
Chief of Academic Office, Student Entrepreneurship Development Academy: SEDA, Suranari Technology University.
viewpoint of donator >>
Image is not available
Image is not available
The society that we build together..
The impact of giving.
Image is not available

Taejai collaborate with Ooca by providing the channel for individuals and companies to be able to join the effort in solving the mental health issues among young people by giving donation to support the service provision. Our objective is to ensure that students who are in need receive consultation service for free of charge. The donation of THB 470 will allow a student to get a consultation service. The donation receipt may be obtained and used for tax deduction


ADA CHIRAPAISARNKUL

Website Director, Tejai.com
viewpoint of provider
Image is not available
Slider
Slider
Slider

หลายกระทู้ในอินเตอร์เน็ตทำให้เห็นว่าหลายคนมีปัญหารุมเร้า กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เกิดเป็นความเครียดที่เยอะเกินไป สมองของคุณไม่ได้มีพื้นที่สำหรับเรื่องแย่ๆ ขนาดนั้นนะ!
.
เอาล่ะ! หันกลับมาคิดอีกที ที่ชีวิตดูพังๆ แบบนี้ เพราะปัญหามันเยอะเกินไป หรือคุณเครียดมากเกินไปกันแน่? ไม่ดีนักหรอกกับการเก็บความเครียดไว้คนเดียวแบบนั้น ระบายออกมาบ้าง เล่าให้เพื่อนหรือคนที่ไว้ใจฟังบ้างเพื่อให้ความกังวลมันลดลง ถอยกลับมามองดูทุกปัญหาอย่างเข้าใจแล้วค่อยๆ จัดการแก้ไขไปทีละจุด คุณเก่งอยู่แล้วน่า!
-------------
ข่าวดีคือวันนี้นักศึกษาปริญญาตรีในมหาลัยรัฐสามารถลงทะเบียนใช้บริการจิตแพทย์ออนไลน์ได้ฟรีผ่านแอพพลิเคชัน Ooca โดยลงทะเบียนและอ่านรายละเอียดที่ www.wallofsharing.com
#ooca #wallofsharing #กำแพงพักใจ
... See MoreSee Less

หลายกระทู้ในอินเตอร์เน็ตทำให้เห็นว่าหลายคนมีปัญหารุมเร้า กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เกิดเป็นความเครียดที่เยอะเกินไป สมองของคุณไม่ได้มีพื้นที่สำหรับเรื่องแย่ๆ ขนาดนั้นนะ!
.
เอาล่ะ! หันกลับมาคิดอีกที ที่ชีวิตดูพังๆ แบบนี้ เพราะปัญหามันเยอะเกินไป หรือคุณเครียดมากเกินไปกันแน่? ไม่ดีนักหรอกกับการเก็บความเครียดไว้คนเดียวแบบนั้น ระบายออกมาบ้าง เล่าให้เพื่อนหรือคนที่ไว้ใจฟังบ้างเพื่อให้ความกังวลมันลดลง ถอยกลับมามองดูทุกปัญหาอย่างเข้าใจแล้วค่อยๆ จัดการแก้ไขไปทีละจุด คุณเก่งอยู่แล้วน่า!
-------------
ข่าวดีคือวันนี้นักศึกษาปริญญาตรีในมหาลัยรัฐสามารถลงทะเบียนใช้บริการจิตแพทย์ออนไลน์ได้ฟรีผ่านแอพพลิเคชัน Ooca โดยลงทะเบียนและอ่านรายละเอียดที่ www.wallofsharing.com
#ooca #wallofsharing #กำแพงพักใจ

ถ้าเธอซึมเศร้า แล้วเราจะไปต่อกันได้ไหม

'เขาค่อยๆ ทิ้งตัวลงกลางสนามหญ้าของสวนสาธารณะใจกลางเมือง แล้วเริ่มร้องไห้เหมือนเด็กๆ โดยไม่แคร์สายตาหลายคู่ที่จับจ้องมา'

ผู้ชายคนนั้นคือแฟนเราเอง จำไม่ได้ว่าใครเป็นต้นตอของเหตุการณ์นี้มากกว่ากัน แวบแรกเราอยากจะหนีไปให้ไกล อยากทำเหมือนไม่รู้จัก ไม่ได้มาด้วยกัน แต่นาทีต่อมาเราก็เข้าไปกอดเขาไว้ ใครจะมองยังไงก็ช่าง เพราะคนคนนี้เป็นคนที่เราแคร์มากกว่าสายตาไม่คุ้นเคยที่มองมา

ใช่แล้วค่ะ แฟนเราเป็นโรคซึมเศร้า ในเวลาปกติเขาคือแฟนที่น่ารักมากๆ เอาใจใส่ ดูแลเราเป็นอย่างดี เราชอบกินอะไรอร่อยๆ ทำอะไรสนุกๆ ด้วยกัน แต่เวลาที่สารเคมีในสมองเจ้ากรรม ดั๊นหลั่งไม่ปกตินั้น คนข้างกายอย่างเรา เตรียมรับมือให้ดีค่ะ

ซึ่งจะว่าไปสิ่งเร้าที่ทำให้เกิดอาการนี้ก็อาจจะมาจากคนรอบกายอย่างเรา

สถานการณ์บางอย่าง คำพูดไม่ทันคิดที่ไปลดคุณค่าในตัวเขา ถ้อยคำรุนแรงที่ถ้าเป็นคนอื่นคงเถียงหรือด่ากลับ เราก็เคยหวังให้เขาทำแบบนั้นเวลาเราวีนแตก แต่เขากลับไม่เคยทำเลย เขาเก็บไว้แล้วเฝ้าโทษแต่ว่าเป็นความผิดของตัวเอง ถึงบางครั้งอาจจะผิดจริง เรื่องมันก็ไม่ได้จบง่ายขนาดที่ อะ เธอผิด>>ฉันโกรธ>> เธอขอโทษ>>ห้ามทำอีก>>แล้วก็หายนะ

มันจะลุกลามใหญ่โต

เขาเฝ้าแต่โทษตัวเองว่าเขาไม่ดี ไม่มีประโยชน์ เป็นภาระ ไม่คู่ควรสำหรับใคร ไม่มีคุณค่าสำหรับเรา แล้วก็ก้าวสู่สเต็ปต่อไป คือ "อยากตาย"

เอาไงล่ะทีนี้ื

การบอกคนที่อยากตายว่าให้คิดถึงคนที่รัก คิดถึงพ่อแม่ กลัวบาปกรรมอะไรพวกนี้ ใช้ไม่ได้ผลเลยนะคะ จุดนั้นมีแค่เขากับโลกที่มืดมน เขาเคยบอกเราว่าการมีชีวิตอยู่ช่างยาก และเหนื่อยเหลือเกิน “เขาไม่อยากอยู่ทำร้ายหรือเป็นมลพิษให้คนที่เขารักอีกแล้ว” เขามองว่าการที่เขาจากไปเป็นผลดีกว่าสำหรับทุกคน เป็นการยุติความเจ็บปวด และทำเพื่อคนอื่น

เราก็ได้แต่บอกไปว่า

"อยู่เล่นด้วยกันก่อนนะ เล่นกับเราสนุกใช่ไหม"
"ถ้าตายไปแล้วไม่เป็นแบบที่คิดจะทำยังไง จะตายรอบสองได้อีกไหมก็ไม่รู้ ทีนี้ละแย่เลย^^"

แล้วก็กอดเขาไว้แน่นๆ บอกเขาว่าเขามีค่าสำหรับเราเราไม่คิดว่าเขาเป็นภาระ แล้วเราอยากให้เขาอยู่ต่อขนาดไหน...เพราะความรัก ความเข้าใจ และการรับฟังสำคัญมากๆ สำหรับผู้ป่วยโรคนี้นะคะ

บางเรื่องที่เขาเล่าให้ฟัง คุณอาจจะคิดว่า 'เรื่องแค่เนี้ย คิดมากก' ใช่ค่ะ คิดมากจริงๆ แต่วิธีดีลกับเขาคือรับฟัง ไม่ต้องเข้าใจอะไรมากก็ได้ แค่รับฟังอย่างใจเย็น หนทางแก้ไข ไม่สำคัญเท่าความรู้สึกที่ส่งไปว่าคุณแคร์ และคุณยังอยู่ตรงนี้ข้างๆ เขานะ

พอเขาได้พูด ระบายออกมาจนหมดเขาจะค่อยๆ ดีขึ้น เท่านี้คุณก็จะได้นอนหลับอย่างเป็นสุขแล้วค่ะ ถ้าเกิดคุณไปนั่งตั้งคำถาม วิเคราะห์ ถกประเด็น ทำไมทำแบบนั้น ไม่ทำแบบนี้ บอกเลยว่ายาว ไม่ต้องมีใครได้นอนทั้งนั้น (ฮาา) และนอกจากการรับฟัง การออกกำลังกายก็มีส่วนช่วยมากๆ ในเรื่องการปรับสารเคมีในสมองให้สมดุล ลากกันไปออกกำลังกายบ่่อยๆ ให้แรงกายระบายความพรั่งพรูในสมองออกไปก็ช่วยได้เยอะเลย

แต่ถ้าสิ่งที่คุณเจออยู่ยากเกินกว่าจะรับมือไหว เรากอดแน่นๆ นะ เวลามีใครเป็นซึมเศร้า คนส่วนใหญ่จะโฟกัสกับผู้ป่วย ทั้งที่ความจริงคนข้างกายอย่างเพื่อนสนิท แฟน หรือครอบครัว ก็สำคัญมากๆ และเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่ออาการของผู้ป่วย

แน่นอนว่าเราไม่ใช่ Avengers ที่จะกู้โลกทั้งใบได้ ไม่ไหวบอกไหวไม่ช่วยอะไร สิ่งที่คุณควรแคร์ไม่แพ้เขาคือตัวเอง ตกลงกับตัวเองก่อนเลยว่ารับได้ไหม ถ้าแฟนคุณจะบอกว่า

"เรารู้สึกไม่มีค่า ไม่มีประโยชน์ ไม่รู้จะแก้ไขสิ่งที่เป็นอยู่ยังไง รู้สึกว่างเปล่า รู้สึกว่าตัวหดเล็กลงเหลือนิดเดียว บางทีก็ไม่รู้สึกอะไรเลย เราอยากตาย..." แล้วก็คูณสิบ คูณร้อยรอบเข้าไป บางทีอาจจะต้องรับหน้าที่งัดข้อกับมัจจุราชบ้าง เวลาเขาดาวน์จัดๆ

ลองชั่งน้ำหนักกับช่วงเวลาดีๆ ที่มีร่วมกันดู คุณเลือกได้เองค่ะว่าจะไปต่อหรือพอแล้ว เพราะความรักไม่ใช่องค์กรการกุศล ถ้าทนอยู่เพราะสงสาร นอกจากคุณไม่แฮปปี้แล้ว เขาเองก็รู้สึกได้ แต่ถ้าใจบอกว่ายังรัก แล้วก็ยังไหว ดูแลจิตใจและร่างกายของตัวเองให้แข็งแกร่งเข้าไว้ แล้วมาหาทางออกร่วมกัน

ค่อยๆ สำรวจตัวเองทั้งคู่

เช่น คำนี้เราไม่ควรพูด พูดแล้วเขาจะเสียใจมาก เช่น "ทำได้แค่นี้เหรอ ทำไมคิดไม่ได้ ไม่ได้เรื่อง แล้วทำไมทำของหายอีกแล้ว รำคาญ!" สำหรับแฟนเราคงเป็นประมาณนี้ ส่วนเราก็จะบอกเขาว่าเราไม่ชอบที่เขาบอกว่าอยากตายแล้วหายไปเลย ขาดการติดต่อทุกช่องทาง เราจะเป็นบ้าเอา

อยากตายบอกได้ แค่ไม่หายไปดื้อๆ

คือค่อยๆ ปรับพฤติกรรมร่วมกันไปทีละนิด เวลานอน การพักผ่อนก็มีส่วน และที่สำคัญ พากันไปพบจิตแพทย์ค่ะ ป่วยก็ต้องรักษา กินยาถึงจะหาย ถ้าเขารักเรา อยากหายและใช้ชีวิตร่วมกันต่อไป เชื่อว่ายังไงเขาก็ต้องไป แล้วเราก็ไปขอคำแนะนำในการปฏิบัติกับเขาจากแพทย์ได้เช่นกันค่ะ

จนถึงวันนี้ ระยะเวลากว่า 5 ปีที่คบกัน เราไม่รับประกันว่าเราจะไม่มีวันเลิกกับเขา แต่ตอนนี้เมื่อเรายังไหว เราก็จะสู้ไปด้วยกันจนถึงที่สุด ไม่ใช่บอกเขาว่า "สู้ๆ นะ" แล้วก็ปล่อยให้เขาสู้เพียงลำพัง และเราไม่เคยหมดหวัง ในการทวงคืนแฟนที่น่ารัก ไม่มีเจ้าซึมเศร้าเข้าครอบงำของเราคืนมา เพราะเวลาเรากอดเขา เราก็ยังอบอุ่นเช่นเคย รอยยิ้มของเขายังเป็นที่รักของเราอยู่เหมือนเดิม อนาคตจะเป็นอย่างไรเราไม่รู้ ตอนนี้เรารู้แค่ว่าหมอนัดครั้งหน้าเราจะจับมือเธอไปเจอหมอด้วยกันนะ:)

-------------
ข่าวดีคือวันนี้นักศึกษาปริญญาตรีในมหาลัยรัฐสามารถลงทะเบียนใช้บริการจิตแพทย์ออนไลน์ได้ฟรีผ่านแอพพลิเคชัน Ooca โดยลงทะเบียนและอ่านรายละเอียดที่ www.wallofsharing.com
#ooca #wallofsharing #กำแพงพักใจ
... See MoreSee Less

ถ้าเธอซึมเศร้า แล้วเราจะไปต่อกันได้ไหม

เขาค่อยๆ ทิ้งตัวลงกลางสนามหญ้าของสวนสาธารณะใจกลางเมือง แล้วเริ่มร้องไห้เหมือนเด็กๆ โดยไม่แคร์สายตาหลายคู่ที่จับจ้องมา

ผู้ชายคนนั้นคือแฟนเราเอง จำไม่ได้ว่าใครเป็นต้นตอของเหตุการณ์นี้มากกว่ากัน แวบแรกเราอยากจะหนีไปให้ไกล อยากทำเหมือนไม่รู้จัก ไม่ได้มาด้วยกัน แต่นาทีต่อมาเราก็เข้าไปกอดเขาไว้ ใครจะมองยังไงก็ช่าง เพราะคนคนนี้เป็นคนที่เราแคร์มากกว่าสายตาไม่คุ้นเคยที่มองมา

ใช่แล้วค่ะ แฟนเราเป็นโรคซึมเศร้า ในเวลาปกติเขาคือแฟนที่น่ารักมากๆ เอาใจใส่ ดูแลเราเป็นอย่างดี เราชอบกินอะไรอร่อยๆ ทำอะไรสนุกๆ ด้วยกัน แต่เวลาที่สารเคมีในสมองเจ้ากรรม ดั๊นหลั่งไม่ปกตินั้น คนข้างกายอย่างเรา เตรียมรับมือให้ดีค่ะ 

ซึ่งจะว่าไปสิ่งเร้าที่ทำให้เกิดอาการนี้ก็อาจจะมาจากคนรอบกายอย่างเรา  

สถานการณ์บางอย่าง คำพูดไม่ทันคิดที่ไปลดคุณค่าในตัวเขา ถ้อยคำรุนแรงที่ถ้าเป็นคนอื่นคงเถียงหรือด่ากลับ เราก็เคยหวังให้เขาทำแบบนั้นเวลาเราวีนแตก แต่เขากลับไม่เคยทำเลย เขาเก็บไว้แล้วเฝ้าโทษแต่ว่าเป็นความผิดของตัวเอง ถึงบางครั้งอาจจะผิดจริง เรื่องมันก็ไม่ได้จบง่ายขนาดที่ อะ เธอผิด>>ฉันโกรธ>> เธอขอโทษ>>ห้ามทำอีก>>แล้วก็หายนะ 

มันจะลุกลามใหญ่โต

เขาเฝ้าแต่โทษตัวเองว่าเขาไม่ดี ไม่มีประโยชน์ เป็นภาระ ไม่คู่ควรสำหรับใคร ไม่มีคุณค่าสำหรับเรา แล้วก็ก้าวสู่สเต็ปต่อไป คือ อยากตาย 

เอาไงล่ะทีนี้ื 

การบอกคนที่อยากตายว่าให้คิดถึงคนที่รัก คิดถึงพ่อแม่ กลัวบาปกรรมอะไรพวกนี้ ใช้ไม่ได้ผลเลยนะคะ จุดนั้นมีแค่เขากับโลกที่มืดมน เขาเคยบอกเราว่าการมีชีวิตอยู่ช่างยาก และเหนื่อยเหลือเกิน “เขาไม่อยากอยู่ทำร้ายหรือเป็นมลพิษให้คนที่เขารักอีกแล้ว”  เขามองว่าการที่เขาจากไปเป็นผลดีกว่าสำหรับทุกคน เป็นการยุติความเจ็บปวด และทำเพื่อคนอื่น

เราก็ได้แต่บอกไปว่า

อยู่เล่นด้วยกันก่อนนะ เล่นกับเราสนุกใช่ไหม 
ถ้าตายไปแล้วไม่เป็นแบบที่คิดจะทำยังไง จะตายรอบสองได้อีกไหมก็ไม่รู้ ทีนี้ละแย่เลย^^ 

แล้วก็กอดเขาไว้แน่นๆ บอกเขาว่าเขามีค่าสำหรับเราเราไม่คิดว่าเขาเป็นภาระ แล้วเราอยากให้เขาอยู่ต่อขนาดไหน...เพราะความรัก ความเข้าใจ และการรับฟังสำคัญมากๆ สำหรับผู้ป่วยโรคนี้นะคะ 

บางเรื่องที่เขาเล่าให้ฟัง คุณอาจจะคิดว่า เรื่องแค่เนี้ย คิดมากก ใช่ค่ะ คิดมากจริงๆ แต่วิธีดีลกับเขาคือรับฟัง  ไม่ต้องเข้าใจอะไรมากก็ได้ แค่รับฟังอย่างใจเย็น หนทางแก้ไข ไม่สำคัญเท่าความรู้สึกที่ส่งไปว่าคุณแคร์ และคุณยังอยู่ตรงนี้ข้างๆ เขานะ 

พอเขาได้พูด ระบายออกมาจนหมดเขาจะค่อยๆ ดีขึ้น เท่านี้คุณก็จะได้นอนหลับอย่างเป็นสุขแล้วค่ะ ถ้าเกิดคุณไปนั่งตั้งคำถาม วิเคราะห์ ถกประเด็น ทำไมทำแบบนั้น ไม่ทำแบบนี้ บอกเลยว่ายาว ไม่ต้องมีใครได้นอนทั้งนั้น (ฮาา) และนอกจากการรับฟัง การออกกำลังกายก็มีส่วนช่วยมากๆ ในเรื่องการปรับสารเคมีในสมองให้สมดุล ลากกันไปออกกำลังกายบ่่อยๆ ให้แรงกายระบายความพรั่งพรูในสมองออกไปก็ช่วยได้เยอะเลย

แต่ถ้าสิ่งที่คุณเจออยู่ยากเกินกว่าจะรับมือไหว เรากอดแน่นๆ นะ เวลามีใครเป็นซึมเศร้า คนส่วนใหญ่จะโฟกัสกับผู้ป่วย ทั้งที่ความจริงคนข้างกายอย่างเพื่อนสนิท แฟน หรือครอบครัว ก็สำคัญมากๆ และเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่ออาการของผู้ป่วย 

แน่นอนว่าเราไม่ใช่ Avengers ที่จะกู้โลกทั้งใบได้ ไม่ไหวบอกไหวไม่ช่วยอะไร สิ่งที่คุณควรแคร์ไม่แพ้เขาคือตัวเอง ตกลงกับตัวเองก่อนเลยว่ารับได้ไหม ถ้าแฟนคุณจะบอกว่า

เรารู้สึกไม่มีค่า ไม่มีประโยชน์ ไม่รู้จะแก้ไขสิ่งที่เป็นอยู่ยังไง รู้สึกว่างเปล่า รู้สึกว่าตัวหดเล็กลงเหลือนิดเดียว บางทีก็ไม่รู้สึกอะไรเลย เราอยากตาย... แล้วก็คูณสิบ คูณร้อยรอบเข้าไป บางทีอาจจะต้องรับหน้าที่งัดข้อกับมัจจุราชบ้าง เวลาเขาดาวน์จัดๆ 

ลองชั่งน้ำหนักกับช่วงเวลาดีๆ ที่มีร่วมกันดู คุณเลือกได้เองค่ะว่าจะไปต่อหรือพอแล้ว เพราะความรักไม่ใช่องค์กรการกุศล ถ้าทนอยู่เพราะสงสาร นอกจากคุณไม่แฮปปี้แล้ว เขาเองก็รู้สึกได้ แต่ถ้าใจบอกว่ายังรัก แล้วก็ยังไหว ดูแลจิตใจและร่างกายของตัวเองให้แข็งแกร่งเข้าไว้ แล้วมาหาทางออกร่วมกัน

ค่อยๆ สำรวจตัวเองทั้งคู่ 

เช่น คำนี้เราไม่ควรพูด พูดแล้วเขาจะเสียใจมาก เช่น  ทำได้แค่นี้เหรอ ทำไมคิดไม่ได้ ไม่ได้เรื่อง แล้วทำไมทำของหายอีกแล้ว รำคาญ! สำหรับแฟนเราคงเป็นประมาณนี้ ส่วนเราก็จะบอกเขาว่าเราไม่ชอบที่เขาบอกว่าอยากตายแล้วหายไปเลย ขาดการติดต่อทุกช่องทาง เราจะเป็นบ้าเอา 

อยากตายบอกได้ แค่ไม่หายไปดื้อๆ 

คือค่อยๆ ปรับพฤติกรรมร่วมกันไปทีละนิด เวลานอน การพักผ่อนก็มีส่วน และที่สำคัญ พากันไปพบจิตแพทย์ค่ะ ป่วยก็ต้องรักษา กินยาถึงจะหาย ถ้าเขารักเรา อยากหายและใช้ชีวิตร่วมกันต่อไป เชื่อว่ายังไงเขาก็ต้องไป แล้วเราก็ไปขอคำแนะนำในการปฏิบัติกับเขาจากแพทย์ได้เช่นกันค่ะ

จนถึงวันนี้ ระยะเวลากว่า 5 ปีที่คบกัน เราไม่รับประกันว่าเราจะไม่มีวันเลิกกับเขา แต่ตอนนี้เมื่อเรายังไหว เราก็จะสู้ไปด้วยกันจนถึงที่สุด ไม่ใช่บอกเขาว่า สู้ๆ นะ แล้วก็ปล่อยให้เขาสู้เพียงลำพัง และเราไม่เคยหมดหวัง ในการทวงคืนแฟนที่น่ารัก ไม่มีเจ้าซึมเศร้าเข้าครอบงำของเราคืนมา เพราะเวลาเรากอดเขา เราก็ยังอบอุ่นเช่นเคย รอยยิ้มของเขายังเป็นที่รักของเราอยู่เหมือนเดิม อนาคตจะเป็นอย่างไรเราไม่รู้ ตอนนี้เรารู้แค่ว่าหมอนัดครั้งหน้าเราจะจับมือเธอไปเจอหมอด้วยกันนะ:)

-------------
ข่าวดีคือวันนี้นักศึกษาปริญญาตรีในมหาลัยรัฐสามารถลงทะเบียนใช้บริการจิตแพทย์ออนไลน์ได้ฟรีผ่านแอพพลิเคชัน Ooca โดยลงทะเบียนและอ่านรายละเอียดที่ www.wallofsharing.com
#ooca #wallofsharing #กำแพงพักใจ

 

Comment on Facebook

เราเป็นคนนึงที่เป็นโรคนี้ คนข้างๆหรือแฟนนั้นสำคัญมาก ต้องเรียนรู้อดทน และทำความเข้าใจในโรคนี้ให้มาก ไม่งั้นไปไม่รอด ดีที่แฟนเราดีช่วยจนวันนี้เรากำลังจะได้เลิกทานยาแล้ว เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่เป็นโรคนี้ทราบดีว่ามันทรมานขนาดไหน มีอะไรให้แนะนำทักมาสอบถามได้นะคะ รักษาที่ไหน หมอไหน เพราะส่วนสำคัญมากอีกอย่างคือหมอค่ะ

สมองมันเป็น แต่ตัวเราไม่ได้เป็น

Mei Mei Cheng 我知道妳看不懂 可是我想說 '謝謝妳在我身边' :)

ผม รู้จักโรค นี้ จากคนรอบข้างที่ ผมรักเหมือนพี่สาวคนหนึ่ง ที่ต้องมาตาย จากโรคนี้ ด้วยการฆ่าตัวตาย มันช่างน่าเศร้าใจมาก จนล่าสุด ผมเจอผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ผมเฝ้ารอ โดนการเจอกัน แค่ ครั้งเดียว ในวันงานโรงเรียน แห่งหนึ่ง จน เวลาผ่านไป1ปี ในช่วงนั้น ผม หวังมากกว่า อาจจะได้เจอเธอ อีก ในปีถัดไป และผม ก็ได้เจอ แต่ ครั้งนี้ ผมได้ช่องทางการติดต่อ มาจากตัวเธอ โดย หวังว่า เราคง จะได้ พูดคุยและรู้จักกันมากขึ้น ในช่วงเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา ผม เหมือนได้ พบ คนที่ ทำให้ผมรู้สึกถึง ความดีและคุณค่า ของตัวเธอ นั้นและครับ เธอ เป็น โรคซึมเศร้า สาเหตุที่เป็นโรคนี้ของเธอ น่าจะเกิดจากความรักที่เธอมีให้กับคนที่เธอรัก และทำให้เธอ สะเทือนใจ ในช่วงเวลา 1 เดือน ผม ได้เป็น ผู้ฟัง ทีดี ให้เธอได้ระบายออกมา จนมันทำให้ ผม เกิด ความรู้สึก รักเธอ ขึ้นมา แต่ มันคงเป็นไปไม่ได้ เพราะ ใน ความเข้าใจ ผมเป็นเพื่อนเธอ เฉอจะเล่า เรื่องราวความรัก ของเธอกับแฟนเก่า ที่มักจะทำให้เธอต้องเจ็บ และรู้สึกไม่ดีเสมอ จน ผมรู้สึก ว่า ความรู้สึกที่ผมมีให้เธอมันมาก จน อยากจะปกป้องและดูแล เธอ จนผม เผลอให้รู้ถึงความรู้สึก ใน วันหนึ่ง มันทำให้เธอรู้สึกว่า ไม่อยากทำร้ายผม เพราะ มันเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะตอบรับความรู้สึกผม จนเธอตัดสินใจ ที่จะ ไม่คุยและติดต่อกับผม อีกเลย .. เวลาผ่านมา ทำให้ผมเริ่มรู้ว่าสิ่งที่ผมทำมันผิด ที่คิดอารายเกินไปจากคำว่าเพื่อน ผมอยากขอโทษ กับเธอ ในสิ่งที่เกิดขึ้น และยังคงเป็นกำลังใจ ให้เธอได้พบกับ คนที่ดี ที่ทำให้เธอมีความสุข คิดถึงเสมอนะ จากเพื่อนคนนี้ https://youtu.be/vmXn7ub3oq8

คนที่มีแฟนเข้าใจแบบนี้ก็ดีไปคับ แต่สำหรับคนที่ไม่มีแฟนหรืออยู่คนเดียว โอกาศที่จะรอดมีต่ำมากคับ และที่แย่กว่านั้นคือ เราไม่รู้ตัวว่าเป็นโรค นี่แหละ อันตรายสุด

Noppadon Panyakham พี่จ๋าอ่านให้หมดหน่อยนะคะ❤️

สุดท้ายจะถูกขับไล่ไสส่ง ไม่มีใครบนโลกที่จะอยู่กับเราได้นอกจากตัวเอง

ขอบคุณน๊าที่ความรักของคุณยังประโยชน์ตนและผลพลอยได้ประโยชน์ผู้อื่นด้วย..ทำต่อไปนะคะ สเปซ ไทม์

เป็นคำถามที่โดนถามเกือบจะบ่อยแล้ว ออมเป็นโรคซึมเศร้าหรือเปล่า Thanatorn Mosiko

Yutt Sarayut เค้าเริ่มเป็นโรคซึมเศร้าแล้วนะ

Prawxo Suwanna เจยังรักและก็ยังไหวนะ เทอก็ต้องช่วยตัวเอง ทำตามหมอ ละออกกำลังกายบ่อยๆนะ

อยากแท๊กเขา​ 😢

ยุคนี้หาที่พักพิงคุยกับใครที่สบายใจ หรือไม่คุยกับใคร ..เข้าวัดบ้างก็ได้..ฟรีและดีมีอาหาร2มื้อและยากายยาใจ..วัดตรีวิสุทธิธรรม..อ.ดอนเจดีย์ สุพรรณบุรี สนทนาธรรมฟังเทศน์กับพระอาจารย์ปู่ ยิ่งดีค่ะ

Inncent Ome ชีวิตปิงมันก็มีเท่านี้ตามหาคนที่จะมาดูแลยากจริงๆ จนปิงสงสารอะ อยากเก็บความทรมานไว้คนเดียว

นับเวลาถอยหลัง

ขอบคุณที่พยายามเข้าใจเรามาตลอด💖 Patipan Pengpajorn

ขอเป็นหนึ่งกำลังใจให้แก่ผู้ที่เจอปัญหาเหล่านี้ สุ้ๆนะ

Mam Mark Kunathib เมื่อไหร่จะไปหาหมอกันสักทีน้าาา

Az Mee งื้อ เค้าอยากดั๊ยแบบนี้ จะเจอได้ที่ไหน 😂

เราดิ่งมากเมื่อเราบอกว่าเราไร้ค่าและรู้สึกเป็นภาระคนอื่น... แล้วแฟนตอบว่า เห็นด้วย☹️

Baitoey Sutita ต้องมารำบากเพราะเค้า

Kenika Kenika ขอบคุณที่รับฟังทุกเรื่อง ขอบคุณที่เป็นยาที่ดีที่สุดให้กัน

สุดท้ายก็เหลือเเค่ตัวเองว่ะ

ธัญญวัชร์ บัวทอง​ พี่ทำงานหนักมากเลย​ กนูเสียใจ

ขออยู่คนเดียว

+ View more comments

'เรียนรู้ที่จะวางบางอย่าง'
.
เคยตั้งคำถามกับตัวเองมั้ยว่า คนบางคนหรือเรื่องบางเรื่อง เข้ามาทำให้เราปวดหัวทำไม?
บางคนก้าวเข้ามาเพื่อทำให้เราเรียนรู้ที่จะไม่ไว้ใจคนง่ายไป บางเรื่องเข้ามาเพื่อให้เราลับไหวพริบให้เฉียบคม ซึ่งในที่สุดแล้ว ทุกอย่างจะผ่านไปและกลายเป็นอดีต ที่แม้จะทำให้เราหยุดคิดถึงมันไม่ได้ แต่ก็กลับไปแก้ไขหรือทำอะไรให้มันดีกว่านี้ไม่ได้เช่นกัน
.
ปล่อยให้ทุกอย่างที่เข้ามาเป็นประสบการณ์ซะดีกว่า เรียนรู้ที่จะปล่อยวางความทุกข์ที่เกิดจากมันซะ แล้วออกไปเจอโลก เจอผู้คนใหม่ๆ บ้าง จะได้เห็นว่า อะไรดีๆ ในอนาคตรอเราอยู่อีกเยอะแยะเลย
-------------
ข่าวดีคือวันนี้นักศึกษาปริญญาตรีในมหาลัยรัฐสามารถลงทะเบียนใช้บริการจิตแพทย์ออนไลน์ได้ฟรีผ่านแอพพลิเคชัน Ooca โดยลงทะเบียนและอ่านรายละเอียดที่ www.wallofsharing.com
#ooca #wallofsharing #กำแพงพักใจ
... See MoreSee Less

เรียนรู้ที่จะวางบางอย่าง
.
เคยตั้งคำถามกับตัวเองมั้ยว่า คนบางคนหรือเรื่องบางเรื่อง เข้ามาทำให้เราปวดหัวทำไม? 
บางคนก้าวเข้ามาเพื่อทำให้เราเรียนรู้ที่จะไม่ไว้ใจคนง่ายไป บางเรื่องเข้ามาเพื่อให้เราลับไหวพริบให้เฉียบคม ซึ่งในที่สุดแล้ว ทุกอย่างจะผ่านไปและกลายเป็นอดีต ที่แม้จะทำให้เราหยุดคิดถึงมันไม่ได้ แต่ก็กลับไปแก้ไขหรือทำอะไรให้มันดีกว่านี้ไม่ได้เช่นกัน 
.
ปล่อยให้ทุกอย่างที่เข้ามาเป็นประสบการณ์ซะดีกว่า เรียนรู้ที่จะปล่อยวางความทุกข์ที่เกิดจากมันซะ แล้วออกไปเจอโลก เจอผู้คนใหม่ๆ บ้าง จะได้เห็นว่า อะไรดีๆ ในอนาคตรอเราอยู่อีกเยอะแยะเลย
-------------
ข่าวดีคือวันนี้นักศึกษาปริญญาตรีในมหาลัยรัฐสามารถลงทะเบียนใช้บริการจิตแพทย์ออนไลน์ได้ฟรีผ่านแอพพลิเคชัน Ooca โดยลงทะเบียนและอ่านรายละเอียดที่ www.wallofsharing.com
#ooca #wallofsharing #กำแพงพักใจ

 

Comment on Facebook

เอารูปแมวมาหลอกล่อนี่นาาาา

หนูเป็นซึมเศร้า อยากให้ครูเข้าใจ

หากใครยังจำกันได้ เมื่อไม่นานมานี้มีข่าวเรื่องโรคซึมเศร้าในโรงเรียน ส่งต่อกันมาในทวิตเตอร์จนเป็นประเด็นร้อนทางสังคม เรื่องดังกล่าว เป็นเรื่องของเด็กคนหนึ่งที่ขาดเรียน เมื่อกลับมาเรียนครูจึงถามว่าขาดเรียนมาไปไหน พอเด็กตอบว่าไปหาหมอตามนัด เพราะป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ครูดันสวนกลับมาว่า “เป็นบ้า เป็นโรคจิตเหรอ” ต่อหน้าเพื่อนทั้งชั้น จากนั้นครูก็ขำ เพื่อนก็ขำ เด็กคนดังกล่าวถามว่าจะให้อธิบายเรื่องโรคซึมเศร้า หรือ สอนจรรยาบรรณครูก่อนดี เพราะเธอไม่ตลกและไม่ได้เป็นบ้า เธอแค่ป่วย...

เรื่องซึมเศร้าไม่ใช่เรื่องตลก

เชื่อว่าเด็กคนนี้น่าจะไปพบแพทย์ตามนัดสม่ำเสมอ ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถควบคุมอารมณ์และตอบโต้กลับได้ ดีไม่ดีเด็กที่ป่วยบางคนอาจจะเสียใจจนคิดอยากตาย และไม่อยากมาโรงเรียนอีกเลย

ฟังดูอาจจะดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่ถ้าวันหนึ่งโรคนี้มาเยือนลูกศิษย์เราบ้าง คราวนี้จะทำอย่างไร

เรื่องแรกที่สำคัญมากๆ ในสังคมโรงเรียนสำหรับเด็กเป็นโรคซึมเศร้าก็คือ ความเข้าใจต่อโรค จากในข่าวจะเห็นว่า ครูเหมารวมว่าคือใครมีปัญหาด้านสุขภาพจิต คือเป็นบ้าหมด ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิดมหันต์ ดังนั้นเด็กคนอื่นๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะขนาดครูเองยังไม่รู้ นับประสาอะไรกับเด็ก คราวนี้มหกรรมการล้อเลียนจะตามมาอย่างห้ามไม่หยุด ฉุดไม่อยู่ ล้อกันจนไม่คิดถึงความรู้สึกของเด็กที่เผชิญโรคนี้ แล้วแต่จะสรรหาคำมาสาดใส่กันให้เจ็บแสบ

ถ้าแม้แต่ตัวครูเองยังล้อเลียนเด็กแบบนี้ โอกาสที่เด็กจะอาการแย่ลงเป็นไปได้สูง

ดังนั้นครูต้องทำความเข้าใจโรคนี้เสียก่อน และกำหนดทิศทางการปฏิบัติในชั้นเรียนสำหรับเด็กๆ คนอื่นด้วย ... ให้เขาเข้าใจว่าเพื่อนกำลังรักษา

หลังจากสร้างสังคมในโรงเรียนที่เป็นมิตรที่พร้อมจะอยู่ร่วมกับเด็กที่เป็นซึมเศร้าได้แล้ว การพูดคุยกับเจ้าตัวก็เป็นเรื่องสำคัญ คราวนี้เราอาจจะต้องวางความเป็นครูที่จะคอยสอน ชี้แนะเรื่องต่างๆ แล้วเปลี่ยนบทบาทมาเป็นนักเรียนเพื่อศึกษาโรคนี้ดูบ้าง

ค่อยๆ คุยให้เด็กรู้สึกสบายใจที่จะเล่าอาการ ความรู้สึกให้เราฟัง

ซึ่งโดยธรรมชาติของเด็กอาจจะไม่ค่อยอยากเข้าใกล้ครูสักเท่าไร แต่ถ้าเราให้ความรู้สึกเหมือนเพื่อน เหมือนที่พักใจ ให้เขารู้สึกผ่อนคลาย ไม่กังวลเวลาคุยกับเรา ก็จะเข้าใจโรคนี้ได้มากขึ้นค่ะ

ช่วงแรกๆ ถ้าเด็กยังไม่พร้อมก็ไม่เป็นไร การบีบเค้นให้พูดก็ไม่ช่วย และที่สำคัญมากๆ ก็คือไม่มองว่าเขาเป็นแค่ลูกศิษย์ของเราต้องเชื่อฟังเรา ลองมองและให้เกียรติเขาอย่างมนุษย์คนหนึ่ง พร้อมเฝ้าสังเกตพฤติกรรมขณะอยู่ที่โรงเรียนของเขา เวลาเรียนเป็นอย่างไร มีสมาธิไหม เข้ากับเพื่อนๆ ได้หรือเปล่า ชอบอยู่คนเดียวหรืออยู่กับกลุ่ม ขาดเรียนบ่อยแค่ไหน หรืออาจจะปรึกษากับผู้ปกครองของเด็กเพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน เพราะโรงเรียนเป็นสถานที่ที่เด็กใช้เวลาอยู่มากกว่าที่บ้านเสียอีก (และคงไม่มีเด็กคนไหนอยากมาโรงเรียนที่เปรียบเสมือนขุมนรก)

ถ้าเด็กต้องขาดเรียนไปหาหมอจริงๆ เราก็ต้องเข้าใจก่อนว่าโรคนี้ต้องไปพบหมอตามนัด มีการกินยา ปรับยา ซึ่งผลกระทบในแต่ละคนก็จะต่างกัน บางคนอาจมีผลง่วงซึมในห้องเรียน ต้องชี้แจงให้เพื่อนร่วมชั้นเข้าใจว่า ที่เพื่อนมีอาการแบบนี้มีผลจากอะไร เพื่อคนรอบข้างจะเข้าใจและอยู่ร่วมกับเขาได้อย่างสนับสนุนซึ่งกันและกัน

หากเตรียมพร้อมให้สภาพแวดล้อมเป็นมิตรได้ ในฐานะครูก็คงจะไม่มีอะไรสุขใจไปกว่าการได้เห็นลูกศิษย์คนหนึ่ง เติบโตขึ้นอย่างมีความสุข แม้ว่าอาการป่วยที่เขาเผชิญอยู่ อาจจะดูยากต่อการรับมือ แต่ถ้าเราสร้างความเข้าใจ ปลูกฝัง พร้อมส่งต่อความรู้ การปฏิบัติต่อผู้ป่วยโรคนี้สู่คณะครู และนักเรียนอย่างระมัดระวังก็จะสามารถผ่านเรื่องนี้ไปได้ พร้อมทั้งสร้างความภูมิใจให้เด็กที่ป่วยว่า ทุกคนไม่ได้ลำบากเพราะเขา เขาทำให้ทุกคนได้เรียนรู้ และมีความเข้าใจในโรคนี้มากขึ้น เพราะเราไม่รู้เลยว่าในอนาคตจะมีเด็กป่วยเป็นซึมเศร้าอีกเมื่อไร โรงเรียนอื่นจะมีแบบนี้ไหม และเป็นผลดีต่อเด็กคนอื่นๆ ที่อาจจะเป็นโรคเดียวกับเขา

เพราะลูกศิษย์ของเรา ไม่ใช่คนเดียวและคนสุดท้ายที่กำลังเผชิญกับความซึมเศร้าอย่างแน่นอน

-------------

ข่าวดีคือวันนี้นักศึกษาปริญญาตรีในมหาลัยรัฐสามารถลงทะเบียนใช้บริการจิตแพทย์ออนไลน์ได้ฟรีผ่านแอพพลิเคชัน Ooca โดยลงทะเบียนและอ่านรายละเอียดที่ www.wallofsharing.com
#ooca #wallofsharing #กำแพงพักใจ
... See MoreSee Less

หนูเป็นซึมเศร้า อยากให้ครูเข้าใจ

หากใครยังจำกันได้ เมื่อไม่นานมานี้มีข่าวเรื่องโรคซึมเศร้าในโรงเรียน ส่งต่อกันมาในทวิตเตอร์จนเป็นประเด็นร้อนทางสังคม เรื่องดังกล่าว เป็นเรื่องของเด็กคนหนึ่งที่ขาดเรียน เมื่อกลับมาเรียนครูจึงถามว่าขาดเรียนมาไปไหน พอเด็กตอบว่าไปหาหมอตามนัด เพราะป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ครูดันสวนกลับมาว่า “เป็นบ้า เป็นโรคจิตเหรอ” ต่อหน้าเพื่อนทั้งชั้น จากนั้นครูก็ขำ เพื่อนก็ขำ เด็กคนดังกล่าวถามว่าจะให้อธิบายเรื่องโรคซึมเศร้า หรือ สอนจรรยาบรรณครูก่อนดี เพราะเธอไม่ตลกและไม่ได้เป็นบ้า เธอแค่ป่วย... 

เรื่องซึมเศร้าไม่ใช่เรื่องตลก 

เชื่อว่าเด็กคนนี้น่าจะไปพบแพทย์ตามนัดสม่ำเสมอ ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถควบคุมอารมณ์และตอบโต้กลับได้ ดีไม่ดีเด็กที่ป่วยบางคนอาจจะเสียใจจนคิดอยากตาย และไม่อยากมาโรงเรียนอีกเลย 

ฟังดูอาจจะดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่ถ้าวันหนึ่งโรคนี้มาเยือนลูกศิษย์เราบ้าง คราวนี้จะทำอย่างไร

เรื่องแรกที่สำคัญมากๆ ในสังคมโรงเรียนสำหรับเด็กเป็นโรคซึมเศร้าก็คือ ความเข้าใจต่อโรค จากในข่าวจะเห็นว่า ครูเหมารวมว่าคือใครมีปัญหาด้านสุขภาพจิต คือเป็นบ้าหมด ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิดมหันต์ ดังนั้นเด็กคนอื่นๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะขนาดครูเองยังไม่รู้ นับประสาอะไรกับเด็ก คราวนี้มหกรรมการล้อเลียนจะตามมาอย่างห้ามไม่หยุด ฉุดไม่อยู่ ล้อกันจนไม่คิดถึงความรู้สึกของเด็กที่เผชิญโรคนี้ แล้วแต่จะสรรหาคำมาสาดใส่กันให้เจ็บแสบ 

ถ้าแม้แต่ตัวครูเองยังล้อเลียนเด็กแบบนี้ โอกาสที่เด็กจะอาการแย่ลงเป็นไปได้สูง 

ดังนั้นครูต้องทำความเข้าใจโรคนี้เสียก่อน และกำหนดทิศทางการปฏิบัติในชั้นเรียนสำหรับเด็กๆ คนอื่นด้วย ... ให้เขาเข้าใจว่าเพื่อนกำลังรักษา 

หลังจากสร้างสังคมในโรงเรียนที่เป็นมิตรที่พร้อมจะอยู่ร่วมกับเด็กที่เป็นซึมเศร้าได้แล้ว การพูดคุยกับเจ้าตัวก็เป็นเรื่องสำคัญ คราวนี้เราอาจจะต้องวางความเป็นครูที่จะคอยสอน ชี้แนะเรื่องต่างๆ แล้วเปลี่ยนบทบาทมาเป็นนักเรียนเพื่อศึกษาโรคนี้ดูบ้าง 

ค่อยๆ คุยให้เด็กรู้สึกสบายใจที่จะเล่าอาการ ความรู้สึกให้เราฟัง 

ซึ่งโดยธรรมชาติของเด็กอาจจะไม่ค่อยอยากเข้าใกล้ครูสักเท่าไร แต่ถ้าเราให้ความรู้สึกเหมือนเพื่อน เหมือนที่พักใจ ให้เขารู้สึกผ่อนคลาย ไม่กังวลเวลาคุยกับเรา ก็จะเข้าใจโรคนี้ได้มากขึ้นค่ะ 

ช่วงแรกๆ ถ้าเด็กยังไม่พร้อมก็ไม่เป็นไร การบีบเค้นให้พูดก็ไม่ช่วย และที่สำคัญมากๆ ก็คือไม่มองว่าเขาเป็นแค่ลูกศิษย์ของเราต้องเชื่อฟังเรา ลองมองและให้เกียรติเขาอย่างมนุษย์คนหนึ่ง พร้อมเฝ้าสังเกตพฤติกรรมขณะอยู่ที่โรงเรียนของเขา เวลาเรียนเป็นอย่างไร มีสมาธิไหม เข้ากับเพื่อนๆ ได้หรือเปล่า ชอบอยู่คนเดียวหรืออยู่กับกลุ่ม ขาดเรียนบ่อยแค่ไหน หรืออาจจะปรึกษากับผู้ปกครองของเด็กเพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน เพราะโรงเรียนเป็นสถานที่ที่เด็กใช้เวลาอยู่มากกว่าที่บ้านเสียอีก (และคงไม่มีเด็กคนไหนอยากมาโรงเรียนที่เปรียบเสมือนขุมนรก) 

ถ้าเด็กต้องขาดเรียนไปหาหมอจริงๆ เราก็ต้องเข้าใจก่อนว่าโรคนี้ต้องไปพบหมอตามนัด มีการกินยา ปรับยา ซึ่งผลกระทบในแต่ละคนก็จะต่างกัน บางคนอาจมีผลง่วงซึมในห้องเรียน ต้องชี้แจงให้เพื่อนร่วมชั้นเข้าใจว่า ที่เพื่อนมีอาการแบบนี้มีผลจากอะไร เพื่อคนรอบข้างจะเข้าใจและอยู่ร่วมกับเขาได้อย่างสนับสนุนซึ่งกันและกัน

หากเตรียมพร้อมให้สภาพแวดล้อมเป็นมิตรได้ ในฐานะครูก็คงจะไม่มีอะไรสุขใจไปกว่าการได้เห็นลูกศิษย์คนหนึ่ง เติบโตขึ้นอย่างมีความสุข แม้ว่าอาการป่วยที่เขาเผชิญอยู่ อาจจะดูยากต่อการรับมือ แต่ถ้าเราสร้างความเข้าใจ ปลูกฝัง พร้อมส่งต่อความรู้ การปฏิบัติต่อผู้ป่วยโรคนี้สู่คณะครู และนักเรียนอย่างระมัดระวังก็จะสามารถผ่านเรื่องนี้ไปได้ พร้อมทั้งสร้างความภูมิใจให้เด็กที่ป่วยว่า ทุกคนไม่ได้ลำบากเพราะเขา เขาทำให้ทุกคนได้เรียนรู้ และมีความเข้าใจในโรคนี้มากขึ้น เพราะเราไม่รู้เลยว่าในอนาคตจะมีเด็กป่วยเป็นซึมเศร้าอีกเมื่อไร โรงเรียนอื่นจะมีแบบนี้ไหม และเป็นผลดีต่อเด็กคนอื่นๆ ที่อาจจะเป็นโรคเดียวกับเขา 

เพราะลูกศิษย์ของเรา ไม่ใช่คนเดียวและคนสุดท้ายที่กำลังเผชิญกับความซึมเศร้าอย่างแน่นอน

-------------

ข่าวดีคือวันนี้นักศึกษาปริญญาตรีในมหาลัยรัฐสามารถลงทะเบียนใช้บริการจิตแพทย์ออนไลน์ได้ฟรีผ่านแอพพลิเคชัน Ooca โดยลงทะเบียนและอ่านรายละเอียดที่ www.wallofsharing.com
#ooca #wallofsharing #กำแพงพักใจ

 

Comment on Facebook

ครูเป็นโรคซึมเศร้า อยากให้หนูเข้าใจ อย่าลืมมองสองด้านนะคะ

Pui Nenghathai

แม้ว่าคำพูดหรือการกระทำที่แสดงออกไป จะเป็นสิ่งที่เราไต่ตรองมาอย่างดีแล้ว แต่พอมันเป็นสิ่งที่สวนทางกับคนอื่น ก็มักจะเจอปัญหาที่ว่า ไม่มีใครเข้าใจในความเป็นเรา
.
ความเป็นตัวเองของเราอาจจะไม่เข้าตาใครๆ หรือขัดใจสังคมรอบด้าน แต่ทุกคนย่อมมีความแตกต่างกันนี่นา! ทั้งความชอบ ทั้งสไตล์ และความคิด แต่กลับรู้สึกว่า ความแปลกของเราทำให้เขามองเราในแง่ลบ ไม่พยายามเข้าใจในตัวเราซะเลย
.
"การกระทำบางอย่างอาจดูผิดพลาด แต่การเป็นตัวเองนั้นถูกต้องเสมอ” คำพูดจากหนังสือที่เคยอ่านผ่านตา กลายเป็นสิ่งที่คอยผลักดันให้เราหันมารักตัวตนของเรามากขึ้น ใครจะคิดยังไง ก็ห้ามเขาไม่ได้หรอก ขอแค่ตัวเราแตกต่างอย่างสร้างสรรค์ก็เพียงพอแล้วล่ะ
-------------
ข่าวดีคือวันนี้นักศึกษาปริญญาตรีในมหาลัยรัฐสามารถลงทะเบียนใช้บริการจิตแพทย์ออนไลน์ได้ฟรีผ่านแอพพลิเคชัน Ooca โดยลงทะเบียนและอ่านรายละเอียดที่ www.wallofsharing.com
#ooca #wallofsharing #กำแพงพักใจ
... See MoreSee Less

แม้ว่าคำพูดหรือการกระทำที่แสดงออกไป จะเป็นสิ่งที่เราไต่ตรองมาอย่างดีแล้ว แต่พอมันเป็นสิ่งที่สวนทางกับคนอื่น ก็มักจะเจอปัญหาที่ว่า ไม่มีใครเข้าใจในความเป็นเรา
.
ความเป็นตัวเองของเราอาจจะไม่เข้าตาใครๆ หรือขัดใจสังคมรอบด้าน แต่ทุกคนย่อมมีความแตกต่างกันนี่นา! ทั้งความชอบ ทั้งสไตล์ และความคิด แต่กลับรู้สึกว่า ความแปลกของเราทำให้เขามองเราในแง่ลบ ไม่พยายามเข้าใจในตัวเราซะเลย
.
การกระทำบางอย่างอาจดูผิดพลาด แต่การเป็นตัวเองนั้นถูกต้องเสมอ” คำพูดจากหนังสือที่เคยอ่านผ่านตา กลายเป็นสิ่งที่คอยผลักดันให้เราหันมารักตัวตนของเรามากขึ้น ใครจะคิดยังไง ก็ห้ามเขาไม่ได้หรอก ขอแค่ตัวเราแตกต่างอย่างสร้างสรรค์ก็เพียงพอแล้วล่ะ
-------------
ข่าวดีคือวันนี้นักศึกษาปริญญาตรีในมหาลัยรัฐสามารถลงทะเบียนใช้บริการจิตแพทย์ออนไลน์ได้ฟรีผ่านแอพพลิเคชัน Ooca โดยลงทะเบียนและอ่านรายละเอียดที่ www.wallofsharing.com
#ooca #wallofsharing #กำแพงพักใจ

 

Comment on Facebook

this can help. http://www.enneagram.co.th/archives/832

Miiss Yakult

รู้สึกดีจังเลยค่ะ

Load more

OOCA : Wall Of Sharing
Email: contact@wallofsharing.com
Tel: +66-900-040-006

Copyright © OOCA 2019 by Telemedica co., ltd. All Right Reserved

Slider